
‘ชสอ.’ลดพอร์ตหุ้นกลัวเสี่ยง
เน้นปล่อยเงินกู้-ลงทุนพันธบัตร เตือนสหกรณ์รับมือเออีซีแข่งดุ
เน้นปล่อยเงินกู้-ลงทุนพันธบัตร เตือนสหกรณ์รับมือเออีซีแข่งดุ
ชสอ.ลดพอร์ตลงทุนหุ้น หวั่นความเสี่ยงหันมาเน้นปล่อยกู้สมาชิกแทน พร้อมส่งสัญญาณเปิดเออีซี ปี 2558 สหกรณ์ออมทรัพย์ เผชิญการแข่งขันดุเดือด
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) เปิดเผยว่าชสอ.มีนโยบายที่จะลดพอร์ตการลงทุนในหุ้นสามัญ โดยได้เริ่มทยอยขายออกจากเดิมที่มีวงเงินการลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยขณะนี้เหลือไม่ถึง 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากในการประชุมใหญ่สมาชิกฯ มีความเป็นกังวลว่าการลงทุนหุ้นจะมีความเสี่ยง อาจจะกระทบกับฐานะของ ชสอ.ในอนาคต เนื่องจากหุ้นมีความผันผวนสูง และต้องมีค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) บริหารเงินลงทุน
ดังนั้น ชสอ.เริ่มที่จะทยอยปรับพอร์ตการลงทุนหุ้น โดยได้เริ่มทยอยขายหุ้นในพอร์ตออก ซึ่งจะต้องรอจังหวะราคาหุ้นขึ้น เพื่อขายออกจะได้ไม่ขาดทุน
ปัจจุบัน ชสอ.มีพอร์ตเงินลงทุนประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นการปล่อยเงินกู้ให้สมาชิกประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และที่เหลือก็จะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้บริษัทเอกชน
“ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ และบริษัทเอกชนออกหุ้นกู้มาจำนวนมาก ทำให้กระทบกับ ชสอ.บ้างเล็กน้อย ทำให้จะต้องปรับตัวใช้กลยุทธ์ดอกเบี้ยเพื่อจูงใจสมาชิก และรักษาฐานสมาชิกทั้งด้านเงินฝากและเงินกู้” นายเฉลิมพล กล่าว
นายเฉลิมพล กล่าวถึงกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าไปลงทุนซื้อพันธบัตรการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เพื่อการลงทุนสำหรับโครงการงบลงทุน 9 โครงการ วงเงินรวมประมาณ 900 ล้านบาทนั้น โดย ชสอ.จะต้องศึกษาถึงผลตอบแทนการลงทุนก่อน และทางการเมืองไม่มีอำนาจมาบังคับการลงทุนของ ชสอ.ได้ โดยจะต้องพิจารณาถึงผลตอบแทนที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิก
นายเฉลิมพล กล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 แม้ว่าภาคการเงินยังจะไม่เปิดเสรี 100% จะทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์จะต้องเผชิญกับการแข่งขันกับสถาบันการเงินในประเทศและสถาบันการเงินจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น ทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ตราสารหนี้รูปแบบใหม่ ซึ่งจะเป็นคู่แข่งขันทั้งด้านเงินฝากและเงินกู้
ดังนั้น สหกรณ์ออมทรัพย์จะต้องเตรียมตัวทั้งด้านการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี รวมทั้งสร้างความเชื่อมโยงกับสหกรณ์ในต่างประเทศเพื่อที่จะช่วยเหลือซึ่งกัน







