
เกาะติดสถานการณ์
ผุดศูนย์ข้อมูลพลาสติก
ผุดศูนย์ข้อมูลพลาสติก
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการสถาบันพลาสติก ว่า ที่ประชุมเห็นชอบเดินหน้าแผนการดำเนินงาน ปี 2556 ในการจัดทำฐานข้อมูลเชิงวิเคราะห์และเป็นศูนย์กลางความรู้ในแวดวงอุตสาหกรรมพลาสติก ขณะเดียวกันจะมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมพลาสติกผ่านโครงการโรงเรียนโรงงาน โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อผลิตบุคลากรในระดับอาชีวศึกษาและจัดทำหลักสูตรต่อยอดเพื่อพัฒนาแรงงานในอุตสาหกรรมพลาสติก
2 เขื่อนพร้อมรับน้ำ
นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึง สถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแม้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นแต่ยังคงมีความจุที่สามารถรับน้ำได้อีกมากเพียงพอที่รองรับปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนที่มีมากเหมือนปีที่ผ่านมาได้ โดยมั่นใจว่าเขื่อนใหญ่ทั้ง2แห่งจะสามารถป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ในกรณีที่มีฝนตกหนักเหนือเขื่อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบัน เขื่อนภูมิพล มีปริมาตรน้ำ 7,597 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือ 56% ของความจุ โดยยังมีความจุสามารถรองรับน้ำได้อีก 5,865 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาตรน้ำ 6,107 ล้าน ลบ.ม. หรือ 64% ของความจุ และสามารถรองรับน้ำได้อีก 3,403 ล้าน ลบ.ม.
ปตท.โชว์งานวิจัย
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า วันที่ 1721 ก.ย.นี้ บริษัท ปตท. ได้จัดงานสัมมนาวิชาการและนิทรรศการ “the 9th PTT Group Technology Day” เพื่อแสดงศักยภาพและผลงานความสำเร็จของทีมนักวิจัยที่จะเป็นพลังสำคัญในการนำกลุ่ม ปตท. ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ซึ่งปีนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 9 โดยในส่วนของนิทรรศการจะมีการนำเสนอผลงานแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ผลงานความสำเร็จที่ผ่านมา การนำเสนองานวิจัยที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และการประกาศเป้าหมายในการเป็นผู้นำใน 7 เทคโนโลยีด้านพลังงาน
บี.กริม ลุยโรงไฟฟ้า
รายงานข่าวจากบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เซ็นสัญญากับ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน เพื่อซื้อที่ดินจำนวน 32 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ชลบุรี นำไปสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมโดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เพื่อผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และลูกค้าอุตสาหกรรมภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช โดยบริษัทมีแผนขยายกิจการโรงผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 16 แห่ง จากปัจจุบันมีโรงผลิตไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 3 แห่ง มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 363 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังหาแหล่งเงินทุน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคตมากกว่า 10 แห่ง
นอกจากนี้บริษัทอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งมี 3 บริษัทใหญ่ถือหุ้นร่วมกัน ได้แก่ กลุ่มบริษัทบี.กริม เพาเวอร์ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่นและกลุ่มบริษัทซูมิโตโม ได้แต่งตั้งธนาคารกสิกรไทยให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการดำเนินการจัดหาและเจรจาจัดสรรแหล่งเงินกู้มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมขนาดเล็ก จำนวน 10 แห่ง ใน 5 นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งกำหนดสร้างแล้วเสร็จในปี 2562 เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยแห่งละ 90 เมกะวัตต์ รวมเป็น 900 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 1,200 เมกะวัตต์ โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ระยะยาว 25 ปี ส่วนพลังงานไฟฟ้าส่วนที่เหลือและไอน้ำจะจำหน่ายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนกว่า 800 โรง ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่โครงการตั้งอยู่







