posttoday
อเบอร์ดีนลุยสำรองเลี้ยงชีพ

อเบอร์ดีนลุยสำรองเลี้ยงชีพ

20 กันยายน 2555

เน้นต่างชาติสถาบันการเงินหวังปีแรกเงินเข้า4,000ล้าน

เน้นต่างชาติสถาบันการเงินหวังปีแรกเงินเข้า4,000ล้าน

บลจ.อเบอร์ดีน อายุครบ 10 ปี ฤกษ์ดีบุกธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พุ่งเป้าบริษัทต่างชาติ สถาบันการเงิน ปีแรกหวัง 4,000 ล้านบาท ไม่แข่งตัดราคา

น.ส.สุจารี จันทร์สว่าง กรรมการและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน กล่าวว่า บริษัทเตรียมขยายธุรกิจมาบริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งแบบกองทุนหลายนายจ้าง (Pooled Fund) และกองทุนเดี่ยว (Single Fund) โดยเน้นการบริการเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะกับสมาชิกแต่ละคน (Employee’s Choice)

“ปีนี้ บลจ.อเบอร์ดีน อายุครบ 10 ปี ย่างเข้าปีที่ 11 ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเรามองเห็นโอกาสการเติบโตของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในประเทศไทย โดยเฉพาะหลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดให้มี Employee’s Choice ซึ่งใน ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2555 มีนายจ้าง 3,710 รายที่เปิดให้สมาชิกเลือกนโยบายลงทุนเอง คิดเป็น 31.5% ของจำนวนนายจ้างทั้งหมด เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปี 2552 ที่มีเพียง 1,312 ราย แม้ว่า จะมีอัตราการเติบโตสูง แต่เราเชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก” น.ส.สุจารี กล่าว

ทั้งนี้ น.ส.สุจารี กล่าวว่า สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะสามารถลงทุนผ่านกองทุนรวม 4 กองทุนของ บลจ.อเบอร์ดีน โดยตราสารตลาดเงิน ลงทุนในกองทุนอเบอร์ดีน แคช ครีเอชั่น ตราสารหนี้ ลงทุนกองทุนอเบอร์ดีน อินคัม ครีเอชั่น หุ้นในประเทศ ลงทุนกองทุนอเบอร์ดีน โกรท และหุ้นต่างประเทศ ลงทุนกองทุนอเบอร์ดีน เอเชีย แปซิฟิก เอคควิตี้ ฟันด์ โดยคณะกรรมการกองทุนสามารถกำหนดสัดส่วนการลงทุนแต่ละกองทุนออกมาเป็นแผนการลงทุนสำเร็จรูปให้สมาชิกเลือก หรือให้สมาชิกกำหนดสัดส่วนลงทุนด้วยตัวเอง

“การเปิดให้สมาชิกลงทุนในกองทุนรวมเป็นการนำจุดแข็งของ บลจ.อเบอร์ดีน มาเป็นจุดขาย เนื่องจากที่ผ่านมากองทุนของเรามีผลดำเนินงานที่โดดเด่น และจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน โดยจะคิดค่าธรรมเนียมเฉพาะกองทุนรวม ตั้งแต่ 0.21.7% ขึ้นอยู่กับประเภทกองทุน แต่ไม่คิดค่าธรรมเนียมการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ผ่านมาเราไม่ได้เข้าไปแข่งในธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากมีการแข่งขันตัดราคากันค่อนข้างรุนแรง แต่ในปัจจุบันเชื่อว่าเริ่มมีความเข้าใจเรื่องการลงทุนมากขึ้นและมีนักลงทุนที่พร้อมจะจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อให้ได้ผลงานที่ดี” น.ส.สุจารี กล่าว

น.ส.สุจารี กล่าวอีกว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเน้นไปที่บริษัทต่างชาติ ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศ สถาบันการเงิน ที่พนักงานมีความรู้ด้านการลงทุน และบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนผู้จัดการกองทุน

“ช่วงปลายปีจะเป็นเวลาที่มีการประเมินผลงานผู้จัดการกองทุน และเลือกผู้จัดการรายใหม่ เพราะฉะนั้นเม็ดเงินจะเริ่มเข้ามาในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีเข้ามาประมาณ 2,000-4,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1 กองทุน มูลค่า 3,300 ล้านบาท นายจ้างรายเดียว สมาชิก 3 หมื่นคน” น.ส.สุจารี กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี