
‘ศุภาลัย’ไล่จับลูกค้าคอนโด
แตกแบรนด์ย่อยเจาะทุกกลุ่มมั่นใจดันยอดขายทั้งปีเข้าเป้า
แตกแบรนด์ย่อยเจาะทุกกลุ่มมั่นใจดันยอดขายทั้งปีเข้าเป้า
ศุภาลัยแตกแบรนด์ย่อย หวังดักลูกค้าคอนโดทุกกลุ่ม ล่าสุดเปิดศุภาลัย วิสต้า ติวานนท์ ก่อนลุยอีก 3 โครงการปลายปี
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า บริษัทได้เปิดแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ที่มีความต้องการที่แตกต่างกันออกไปได้มากขึ้น โดยเป็นการย่อยเซ็กเมนต์ของกลุ่มลูกค้าให้ละเอียดขึ้น
“การย่อยเซ็กเมนต์เหมือนเป็นการถักแหให้มีตาถี่ขึ้น เพื่อจะได้จับปลามากขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดโครงการศุภาลัย วิสต้า แยกติวานนท์ จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ที่สูงกว่าแบรนด์ศุภาลัย ปาร์ค ขึ้นมาเล็กน้อย ในทำเลรถไฟฟ้าที่อยู่ชานเมือง” นายอธิป กล่าว
สำหรับโครงการศุภาลัย วิสต้า อยู่บริเวณแยกติวานนท์ใกล้รถไฟฟ้าสีม่วงบางใหญ่บางซื่อ ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการปลายปี 2556 เนื้อที่โครงการ 3 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียมสูง 34 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 646 ยูนิต ขนาด 33.581.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 1.4 ล้านบาท
นายอธิป กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าที่ซื้อคอนโดมิเนียมในทำเลดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ คนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เช่น บางใหญ่ บางบัวทอง อ.เมืองที่ย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียม เพื่อความสะดวกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า มีสัดส่วนประมาณ 50-60% กลุ่มที่ 2 จะเป็นคนต่างทำเลที่เดิมต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในเมืองแต่มีราคาแพงเกินไปจึงเปลี่ยนมาซื้อนอกเมืองแต่ใกล้รถไฟฟ้า สัดส่วนประมาณ 30% และกลุ่มที่ 3 คือนักลงทุน อีก 10-15%
นอกจากแบรนด์ศุภาลัย วิสต้า ที่ได้เปิดตัวล่าสุดแล้ว ในไตรมาส 4 บริษัทยังมีแผนจะเปิดคอนโดมิเนียมอีก 3 โครงการ ที่ซอยสวนพลูถนนเจริญราษฎร์ และ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งแต่ละโครงการจะเป็นแบรนด์ใหม่ที่มีความแตกต่างกัน นอกจากนี้จะเปิดโครงการบ้านแนวราบเพิ่มอีกอย่างน้อย 3 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท
สำหรับการลงทุนในอนาคต บริษัทจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในต่างจังหวัดมากขึ้น จากสัดส่วน 15% ในปีนี้ เป็น 20% ในปีนี้ และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 1 ใน 3 ของการลงทุนและยอดขายรวม โดยจะขยายการลงทุนไปในจังหวัดใหม่ๆ เช่น จ.อุดรธานี สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา และระยอง เป็นต้น ส่วนการลงทุนในต่างประเทศได้มีการศึกษาลู่ทางลงทุนไว้แล้ว หากได้ข้อสรุปก็จะสามารถลงทุนได้ในปีนี้หรือปีหน้า
นายอธิป กล่าวอีกว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาส 3 ยังดีต่อเนื่องมากจากไตรมาส 2 ทำให้บริษัทได้ปรับเป้าการขายเพิ่มจาก 1.8 หมื่นล้านบาท เป็น 1.9 หมื่นล้านบาท จนถึงขณะนี้มียอดขาย 1.3 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 4 ถ้าไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรง ในตลาดน่าจะยังคงเติบโตได้ดี และคาดว่า บริษัทจะทำยอดขายได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด และฝนตกหนักในกรุงเทพมหานคร ทำให้โครงการที่เคยอยู่ในทำเลน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว เริ่มมีสัญญาณของลูกค้าที่จะขอชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปจนกว่าจะมั่นใจว่าน้ำไม่ท่วม หลังจากที่ก่อนหน้านี้โครงการในทำเลดังกล่าวได้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว
ด้านนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนในต่างประเทศอาจจะเป็นในรูปแบบการซื้อสินทรัพย์ที่มีรายได้จากการเช่าอยู่แล้วเข้ามาสร้างรายได้ให้บริษัท และทำให้ได้ศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าเพิ่มเติมด้วย







