
แป้งสาลีจ่อขึ้นปลายปีนี้
ทีมิลล์ครวญวัตถุดิบต้นทุนพุ่งเล็งผุดโรงงานเฟส2เร่งผลิต
ทีมิลล์ครวญวัตถุดิบต้นทุนพุ่งเล็งผุดโรงงานเฟส2เร่งผลิต
ทีมิลล์ เล็งปรับราคาแป้งสาลีปลายปีนี้ หลังต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง 30% เล็งระดมทุนสร้างโรงงานเฟส 2 มูลค่า 550 ล้าน หวังขึ้นแท่น 1 ใน 3 ผู้นำตลาดแป้งสาลี
นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ (ทีมิลล์) ผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งสาลี กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทจะพิจารณาปรับขึ้นราคาแป้งสาลีอีกประมาณ 10% หลังจากราคาวัตถุดิบล็อตใหม่เพิ่มขึ้น 30% ซึ่งถือเป็นการขยับราคาครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2554 ที่ราคาวัตถุดิบปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือน มิ.ย. 2555
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าวัตถุดิบข้าวสาลีจากสหรัฐ แคนาดา และออสเตรเลียเป็นหลัก มีโรงงานผลิตแป้งสาลีรวม 10 โรง กำลังการผลิตรวมกันประมาณ 4,000 ตันต่อวัน ซึ่งอุตสาหกรรมหลักที่ใช้แป้งสาลี ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป บะหมี่สด ขนมปัง เค้ก อาหารสัตว์ เป็นต้น
สำหรับอัตราการบริโภคแป้งสาลีของคนไทยในปี 2554 พบว่า มีอัตราการบริโภค 10 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งน้อยกว่าประเทศยุโรปที่บริโภค 60 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ทำให้มีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก
ขณะที่ ทีมิลล์ ถือเป็นน้องใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิตแป้งสาลี โดยก่อตั้งในปี 2550 ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 250 ตันต่อวัน ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่ บริษัท ยูไนเต็ด ฟลาวมิลล์ มีกำลังการผลิต 1,000 ตันต่อวัน กลุ่มแหลมทอง 750 ตันต่อวัน และบริษัท สยามฟลาว 500 ตันต่อวัน
นายชาญกฤช กล่าวว่า บริษัทมีเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำ 1 ใน 3 ของโรงงานผู้ผลิตแป้งสาลีในเมืองไทย โดยมีแผนลงทุนขยายโรงงานเฟส 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัว หรือประมาณ 500 ตันต่อวัน ใช้งบลงทุน 550 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างฐานรากของโรงงานเรียบร้อยแล้ว รอการติดตั้งเครื่องจักร ซึ่งจะดำเนินการซื้อทันที หลังการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เอ็ม เอ ไอ (mai)
แผนการขยายโรงงานเฟส 2 ดังกล่าว เพื่อรองรับการขยายตลาดของทีมิลล์ในระยะ 35 ปีข้างหน้า ทั้งลูกค้าในประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเดิม ลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะตลาดพรีเมียมและนิช มาร์เก็ต
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเอง เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป จากปัจจุบันที่ผลิตเพื่อลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นหลัก และการส่งออกแป้งสาลีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หลังเปิดเออีซีในปี 2558
ด้านผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้ 525.1 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 53.8 ล้านบาท โดยรวมทั้งปีคาดว่าจะมีรายได้ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าหลัก 20% จากอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 20% บะหมี่สด 15% ขนมปัง 10-15% ที่เหลือเป็นแป้งเค้กซาลาเปา แป้งอเนกประสงค์และปาท่องโก๋ เป็นต้น







