
viva brazil (12)
รู้จักบราซิลหลายมิติก่อนเข้าสู่ Football World Cup FIFA 2014 และ Olympic Games Rio 2016
รู้จักบราซิลหลายมิติก่อนเข้าสู่ Football World Cup FIFA 2014 และ Olympic Games Rio 2016
อาหารมื้อเช้าแบบบราซิเลียน ซึ่งบริการที่โรงแรมก็แทบไม่ต่างจากอาหารเช้าที่มีบริการตามที่อื่นๆ ในโลก แต่จะมีอาหารบางชนิดซึ่งบอกลักษณะเฉพาะตัวบนโต๊ะอาหารแบบบราซิเลียนทำให้เราสามารถทวนกลับไปยังอดีตว่าบราซิลเคยเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสมาก่อน คือ คัสตาร์ด และขนมไข่ คิดถึงขนมบ้านเราขึ้นมาทันทีค่ะ
ขนมตามสูตรโปรตุเกสหลายชนิดซึ่งปรุงขึ้นด้วยไข่ยังหลงเหลือหารับประทานได้หลายแหล่งพื้นที่โดยเฉพาะชายขอบมหาสมุทรอินเดียไปจนถึงชายขอบมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น อินเดีย ไทย เวียดนาม มาเก๊า ญี่ปุ่น เพราะพวกโปรตุเกสได้เอาสูตรการทำขนมที่ทำขึ้นโดยมีไข่เป็นส่วนประกอบมาทิ้งไว้เมื่อเดินเรือมาค้าขายเผยแพร่ศาสนาและล่าอาณานิคมทางตะวันออกเมื่อ ศ. 16
คัสตาร์ดซึ่งโปรตุเกสเอามาให้กับแผ่นดินอยุธยาได้กลายมาเป็นขนมสังขยาไทยกระทั่งปัจจุบัน ส่วนขนมไข่ก็ยังเป็นขนมไข่
ขนมโปรตุเกสแถวกุฎีจีนที่บ้านเราขณะนี้ต่างจากที่บราซิลและโปรตุเกสไปพอสมควร ผู้เขียนสังเกตว่า ขนมไข่ต้นตำรับแบบโปรตุเกสแท้ๆ กลายสูตรไปหลากหลายขนมไข่ที่เมืองไทยเนื้อไม่เนียน แต่ขนมไข่ที่เกาลูนเนื้อเนียนขึ้น และขนมไข่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเรียกว่า Castella เนื้อเนียนมากเกือบจะเป็น Sponge Cake เลยทีเดียว
สำหรับอาหารอย่างอื่นที่โดดเด่นกลางโต๊ะอาหารเช้าของบราซิลเช้านี้คือผลไม้ค่ะ ผลไม้พื้นเมืองบราซิล เช่น กล้วย มะละกอ แตงโม สับปะรด มะม่วง มีบริการอยู่บนที่จัดอาหาร ดูเผินๆ นึกว่ากินมื้อเช้าในโรงแรมที่บ้านเรา แต่ถึงอย่างไรรสชาติก็ต่างจากผลไม้บ้านเรา เพราะเป็นคนละสายพันธุ์กัน ดินและอากาศก็ต่างกัน บางอย่างของเราอร่อยกว่า บางอย่างของเขาก็อร่อยกว่า ใครดูแลเรื่องพันธุ์พืชบ้านเราน่าจะใช้สายพันธุ์ที่บราซิลมาเทียบเคียงเพื่อปรับปรุงพันธุ์ก็น่าจะดี
แต่ผลไม้ที่ต้องยกให้ว่าเป็นพระเอกตัวจริงคือแตงโมบราซิล เนื้อแดงหวานฉ่ำจับใจจริงๆ คนบริการต้องเอามาเติมแล้วเติมอีกตลอด
ผู้เขียนนั่งสังเกตเห็นคนบราซิลเขาดื่มน้ำมะม่วงและน้ำฝรั่งกันเอร็ดอร่อย ผู้เขียนนึกในใจว่าผลไม้พื้นเมืองประเทศไทยมีอยู่มากมาย โดยเฉพาะ เงาะ มังคุด มะม่วง ช่วงที่ผลไม้เหล่านี้ออกมากจะขายได้ราคาต่ำและล้นตลาดทุกปี หากนำผลไม้ช่วงนั้นมาทำน้ำผลไม้แล้วให้สมาคมโรงแรมช่วยกันสร้างความคุ้นเคยให้กับชาวต่างประเทศผ่านทาง Welcome Drinks หรืออาหารมื้อเช้าเหมือนที่ผู้เขียนได้ชิมที่ Rio de Janeiro ก็น่าจะดี
ผู้เขียนคิดต่อไปว่า หากมีการวิจัยและผลิตให้เป็นน้ำผลไม้ Organic Juices หรือ Health Juices หรือเป็น Sparkling Juices เปิดขวดให้ดังปุ้งปั้งเหมือนที่ประเทศอิตาลีหรือประเทศแอฟริกาใต้ก็น่าจะได้อีกราคานะคะ
ผู้เขียนจำได้ว่าเมื่อครั้งที่ไปล่องแม่น้ำ Amazon ในประเทศเปรูตอนที่กินอาหารเช้าบนเรือ ผู้เขียนมีโอกาสได้ดื่มน้ำผลไม้ที่ขึ้นอยู่ตามริมแม่น้ำ Amazon ชื่อ Camu Camu อร่อยมาก ยิ่งเมื่อคนบริการบอกขณะรินน้ำ Camu Camu ให้ผู้เขียนดื่มว่ามีวิตามิน C มากกว่าส้มถึง 20% มันทำให้มันกลายเป็นน้ำผลไม้พิเศษขึ้นมาทันที
เช้าต่อมาผู้เขียนไปรินน้ำ Camu Camu ดื่มเอง ถึงตอนนี้ยังอยากดื่มอยู่เลยค่ะ การเดินทางมากๆ และไปเที่ยวมากๆ ทำให้ได้เห็นอะไรมามากๆ ก็อยากนำสิ่งที่พบเห็นมาเปิดประเด็นให้ได้ประโยชน์ เวลาไปบรรยายหรือฝึกอบรมเรื่องงานบริการ ผู้เขียนมักนำเรื่องทำนองนี้ให้ลูกศิษย์ได้ “คิดต่อทำต่อ” ให้เกิด WOW! Services เป็นประจำค่ะ
หลังมื้อเช้าพวกเราเดินเกาะกลุ่มหันไปแลกเงินที่หาด Copacabana ร้านแลกเงินเปิด 10 โมงเช้า อัตราแลกเงินดีกว่าที่สนามบินและที่โรงแรม และที่สำคัญคือไม่มีค่า Service Charge
ขอแนะนำให้คนมาเที่ยวที่ Rio แลกเงินที่สนามบินไว้พอค่าแท็กซี่และค่าใช้จ่ายเล็กน้อยค่อยมาแลกก้อนใหญ่ที่นี่ค่ะ เราเดินไปตลาดสดกลางแจ้งยามเช้าใกล้หาด Ipanema เพราะอยากจะรู้ว่าคนที่ Rio และเขาขายอะไรกันบรรยากาศเหมือนตลาดสดกลางแจ้งยามเช้าหลายแห่งที่บ้านเรา วัตถุดิบไปปรุงอาหารมีคุณภาพดีไม่ว่าจะเป็นผักสด เนื้อปลา ฯลฯ คนขายแต่งตัวสะอาดเป็นมิตรมีอัธยาศัยรื่นรมย์
คุณน้องสุธาพรรณไปซื้อน้อยหน่ามาให้เพื่อนๆ กิน ขอบคุณค่ะ รสชาติอร่อยไม่แพ้น้อยหน่าปากช่อง คนขายแตงโมเห็นเรามายืนถ่ายรูปแตงโมที่หน้าร้านก็เอามีดตัดแตงโมให้พวกเราทุกคนกินฟรีอีกด้วย
ผักและผลไม้เป็นสีสันของตลาดกลางแจ้งเช้านี้อย่างแท้จริง บราซิลมีผลผลิตจากพืชสวนหลายอย่างคล้ายๆ กับบ้านเรา เช่น มะละกอ มะม่วง กล้วย ฝรั่ง ฯลฯ เพราะบราซิลมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตภูมิอากาศที่ไม่แตกต่างจากประเทศไทยนัก
ปลาที่ขายตลาดใน Rio มีทั้งปลาน้ำเค็มและปลาน้ำจืดหลากหลาย ปลาน้ำเค็มนั้นมาจากมหาสมุทร Atlantic ผู้เขียนเห็นปลาน้ำเค็มตระกูลปลากระบอกและปลาจะละเม็ดที่คล้ายๆ บ้านเรา ส่วนปลาชนิดอื่นหน้าตาแปลกๆ ออกไป ส่วนปลาน้ำจืดนั้น ผู้เขียนถามคนขายว่า “From Amazon ?” คนขายบอกว่า “No, Rio Parana” ก็หมายถึงว่า “มาจากแม่น้ำ Parana”
คุณสามี ไกด์ส่วนตัวหันมาแขวะผู้เขียนทันทีว่า “มาที่บราซิลแล้วชอบแต่จะนึกถึงแต่แม่น้ำ Amazon ที่บราซิลมีแม่น้ำใหญ่อีกมากกว่า 20 สาย แม่น้ำ Parana ที่เขาพูดถึงคือแม่น้ำสายใหญ่ทางตอนล่างบราซิล เป็นแม่น้ำร่วมกันของอาร์เจนตินา ปารากวัย และบราซิล เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ในทวีปอเมริกาใต้รองจากแม่น้ำ Amazon เป็นแหล่งกำเนิดน้ำตกที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก คือ น้ำตก Iguazu
(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)







