
เร่งโซนนิงเกษตรแก้ราคาตก
เคาะพื้นที่ปลูกลดต้นทุนเกษตรกร รองรับเปิดเออีซีเพิ่มศักยภาพไทย
เคาะพื้นที่ปลูกลดต้นทุนเกษตรกร รองรับเปิดเออีซีเพิ่มศักยภาพไทย
“ธีระ” เดินหน้าโซนนิงพื้นที่เกษตร หวังแก้ปัญหาราคาตกต่ำพร้อมทำยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ฯ รับมือเออีซี
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เร่งดำเนินการโครงการการจัดทำเขตเศรษฐกิจสินค้าเกษตรสำคัญ หรือโซนนิงพื้นที่เกษตรกับสินค้าเกษตรตามยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดใน 18 กลุ่ม
ทั้งนี้ จะทำงานในรูปแบบบูรณาการกับกระทรวงต่างๆ และทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีสินค้าเกษตรเป้าหมาย เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ลำไย ทุเรียน เป็นต้น ซึ่งจะให้ความสำคัญในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการผลิต การลดต้นทุน และการผลิตการแปรรูป
ด้านพื้นที่โซนนิงจะต้องบริหารการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และระบบโลจิสติกส์ที่มีอยู่ ซึ่งการจัดโซนนิ่งดังกล่าวในอนาคตจะทำให้เกษตรกรมีความเข้าใจกับการเลือกปลูกพืชเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพดินและภูมิอากาศเพิ่มขึ้น ตลอดจนลดปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำจากผลผลิตล้นตลาด
น.ส.สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังเร่งจัดทำร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์และระบบห่วงโซ่อุปทานภาคการเกษตร พ.ศ. 25562559 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลักเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ในภาคการผลิตยกระดับความสามารถของการบริหารจัดการโลจิสติกส์ตลอดห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรของประเทศ
การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และระบบห่วงโซ่อุปทานจะทำให้สินค้าเกษตรมีต้นทุนต่ำ เพราะสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ และลดการสูญเสียระหว่างการขนส่งหรือลดขั้นตอนระยะเวลาในการส่งสินค้า
ขณะเดียวกันเมื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ต้องยอมรับว่าไทยจะเสียเปรียบในเรื่องค่าจ้างเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ดังนั้นหากลดต้นทุนขนส่งและเพิ่มศักยภาพการผลิตได้ จะทำให้โอกาสแข่งขันของไทยสูงขึ้น โดยเฉพาะไทยเป็นศูนย์กลางคมนาคมในภูมิภาคอาเซียนทั้งนี้ร่างดังกล่าวอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นางสาวสุพัตรา กล่าว
ทั้งนี้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดเออีซี จะทำให้ไทยมีแหล่งวัตถุดิบเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจาก มาตรฐานการผลิต มาตรฐานด้านอาหารปลอดภัย มาตรฐานในเรื่องโรคพืชและโรคสัตว์ ที่ประเทศไทยได้รับการยอมรับทั่วโลกว่า จัดการได้ดีและมาตรฐานสูงกว่าประเทศอื่นในอาเซียน จะทำให้สินค้าเกษตรไทยยังมีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่น







