
บลจ.เตือนอย่ารอซื้อLTF
มาตรการเฟดปิดโอกาสหุ้นร่วงแรง‘วรรณ’คาดทองแตะ1,900เหรียญ
มาตรการเฟดปิดโอกาสหุ้นร่วงแรง‘วรรณ’คาดทองแตะ1,900เหรียญ
บลจ.มองหุ้นสดใส แนะซื้อกองทุน LTF เชื่อโอกาสหุ้นลงแรงมีน้อย “โซลาริส” ปรับเป้าดัชนีปีนี้แตะ 1,350 จุด “วรรณ” เชื่อทอง 1,900 เหรียญ
นายประเสริฐ ขนบธรรมชัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นยังมีทิศทางขาขึ้นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อัดฉีดสภาพคล่องทางการเงินรอบ 3 เร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะออกมาปลายปี และดีกว่าคาดเพราะอัดฉีดจนกว่าตลาดแรงงานจะปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งการคงดอกเบี้ยระดับต่ำถึงปี 2558 น่าจะหนุนดัชนีหุ้นไทยเข้าสู่เป้า 1,300 จุดในปีนี้
“แม้ปัญหาเศรษฐกิจยังต้องใช้เวลา แต่การออกมาตรการดังกล่าวก็ทำให้ตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และน่าจะหนุนให้หุ้นทั่วโลกและหุ้นไทยไปได้ยาวถึงก่อนเลือกตั้งสหรัฐในเดือน พ.ย. ดังนั้นนักลงทุนที่ยังไม่ซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ก็น่าจะเข้าซื้อได้แล้ว” นายประเสริฐ กล่าว
สำหรับหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มธนาคารยังขึ้นไม่มากต่างจากกลุ่มพาณิชย์และสื่อสาร ส่วนกลุ่มพลังงานโดยเฉพาะปิโตรเคมีต้องรอดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน ซึ่งพอร์ตกองทุนของบริษัทก็เริ่มเข้าไปลงทุนปิโตรเคมีบ้าง จากเดิมลดน้ำหนักลงทุนกลุ่มนี้ ขณะที่กลุ่มสื่อสารยังได้แรงหนุนจากการประมูล 3จี ไปถึงเดือน ต.ค.นี้
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดตอบรับข่าวเฟดทำให้หุ้นปรับตัวขึ้น แต่ยังเชื่อว่าหุ้นที่ถือก็มีแนวโน้มที่ดี จึงไม่ได้ปรับพอร์ตลงทุนของกองทุน เพราะเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของหุ้นที่ถืออยู่ โดยเน้นเลือกหุ้นรายตัวจากกลยุทธ์แบบ Bottom up คัดสรรหุ้นที่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตที่ดี
นอกจากนี้ แนะนำให้นักลงทุนซื้อกองทุน LTF โดยไม่ต้องรอไปซื้อปลายปี เพราะจากนี้ไปถึงปลายปียังไม่เห็นปัจจัยลบต่อตลาด ดังนั้นหากหุ้นจะลงก็คงลงไม่แรงและแนวรับที่แข็งแกร่งน่าจะอยู่ที่ 1,200 จุด ส่วนเป้าหมายดัชนีปีนี้ยังมองไว้ที่ 1,300 จุด และมีโอกาสถึง 1,350 จุดได้จากสภาพคล่องที่มีเข้ามา
นายสุรเชษฐ์ ศรีวัฒนกุลวงศ์ ผู้จัดการกองทุน บลจ.โซลาริส กล่าวว่า บริษัทอาจปรับเป้าหมายดัชนีขึ้นเป็น 1,350 จุด จากเดิมอยู่ที่ 1,300 จุด หลังจากสภาพคล่องที่ไหลเข้าตลาดหุ้นจึงเห็นว่าหุ้นขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มธนาคารและพลังงาน ซึ่งที่ผ่านมาราคาปรับตัวขึ้นไม่มาก จะเป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อ
“การออกคิวอีในอดีตจะส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 10-15% แต่ปัจจุบันดัชนีปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว อาจทำให้การเพิ่มขึ้นในรอบนี้ไม่ได้มากเหมือนที่ผ่านมา แต่ในระยะ 1-2 เดือนนี้ยังมีมุมมองที่ดีต่อหุ้นไทย ยกเว้นว่าน้ำท่วมรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาได้ โดยมองแนวรับ 1,247 จุดน่าจะอยู่” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
พร้อมทั้งเห็นว่าเป็นจังหวะในการเข้าซื้อกองทุน LTF เพราะจากนี้ถึงปลายปีโอกาสที่ตลาดหุ้นจะย่อตัวลงแรงๆ มีน้อย นักลงทุนอาจแบ่งเงินลงทุน 50% ก่อนแล้วรอซื้อที่เหลือช่วงที่ตลาดย่อตัวลง
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวว่า คิวอี 3 ของเฟดสร้างความประหลาดใจให้ตลาด เนื่องจากคาดกันว่าน่าจะออกมาช่วงปลายปี รวมถึงการตรึงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำไปจนถึงปี 2558 จึงคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสดีดตัวขึ้นไปได้ถึง 1,900 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์มีโอกาสถึง 125 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลและหุ้นมีโอกาส 1,300 จุดในปีนี้
“ก่อนหน้านี้เราแนะนำผู้ลงทุนให้ปรับสัดส่วนการลงทุนไปในสินทรัพย์เสี่ยงแล้ว และตอนนี้แนะนำเพิ่มในกองทุนเปิดวรรณพลัสวรรณที่เน้นลงทุนหุ้นที่ปรับตัวตามวัฏจักรธุรกิจ เช่น พลังงาน ปิโตรเคมีและธนาคาร น่าจะได้รับผลดีจากปริมาณเงินที่อัดฉีดเข้าในระบบ รวมถึงกองทุนน้ำมันและทอง” นายวิน กล่าว







