posttoday
โบรกฯยืนเป้าหุ้นปีนี้

โบรกฯยืนเป้าหุ้นปีนี้

16 กันยายน 2555

“จรัมพร” เตือนดัชนีวิ่งตามสภาพคล่อง บจ.พื้นฐานไม่เปลี่ยน โบรกฯ ลั่นไม่ปรับเพิ่มเป้าหมายปีนี้

“จรัมพร” เตือนดัชนีวิ่งตามสภาพคล่อง บจ.พื้นฐานไม่เปลี่ยน โบรกฯ ลั่นไม่ปรับเพิ่มเป้าหมายปีนี้

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 18.43 จุด หรือ 1.47% ปิดที่ระดับ 1,276.12 จุด นั้นเป็นไปตามคาดการณ์ ภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 3 (คิวอี 3) ส่งผลให้มีกระแสเงินไหลเข้าลงทุนในหุ้นทั่วโลก ซึ่งจะทำให้หุ้นในครึ่งปีหลังมีความผันผวน

“อยากเตือนนักลงทุนให้ระมัดระวังและใช้วิจารณญาณให้มาก เพราะหุ้นที่เพิ่มขึ้นมารอบนี้ถูกดันจากกระแสเงินจากต่างประเทศสำหรับนักเก็งกำไรอาจจะคุ้นชิน แต่นักลงทุนระยะยาวนั้นควรดูปัจจัยพื้นฐานประกอบด้วย เพราะราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นเกิดจากสภาพคล่องมาดัน แต่ตัวกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไม่ได้ขึ้นตาม” นายจรัมพร กล่าว

นายสิทธิเดช ประเสริฐรุ่งเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี กล่าวว่า บริษัทคงไม่ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ โดยยังคงประมาณการเดิมที่ 1,256 จุด เพราะคิวอี 3 ไม่มีผลต่อพื้นฐานของตลาดหุ้นไทย จะมีเพียงแค่สภาพคล่องที่ไหลเข้ามามากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้ เชื่อว่ากระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามารอบนี้คงไม่มากเท่ากับช่วงคิวอี 1 หรือ คิวอี 2 เพราะปัจจุบันหุ้นไทยแพงมากแล้ว มีอัตราราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) สูงถึง 14.5 เท่า ขณะที่เศรษฐกิจโลกอ่อนแอลงกว่าเดิมทำให้ความสนใจเข้ามาลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงลดลง ในทางตรงกันข้ามทุกคนกำลังจับตาดูว่าการใช้คิวอี 3 จะได้ผลหรือไม่ หากไม่ได้ผลก็จะกลายเป็นปัจจัยลบอย่างมาก เพราะเฟดไม่มีเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจอีกแล้ว

“นี่คงเป็นข่าวดีที่สุดของปีนี้แล้ว และต้องรอดูว่าจะมีข่าวร้ายเข้ามาหรือไม่ การเก็งกำไรจะมีความเสี่ยงมากขึ้น ส่วนกลยุทธ์ช่วงนี้แนะนำทยอยขายทำกำไร และถือเงินสดมากกว่าหุ้น” นายสิทธิเดช กล่าว

อย่างไรก็ตาม การออกคิวอี 3 อาจทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี รวมทั้งหุ้นสินค้าเกษตรและแร่ธาตุต่างๆ โดยหากราคาสินค้าสูงขึ้นมากก็อาจปรับเพิ่มประมาณการกำไรของกลุ่มนี้ แต่คงมีโอกาสไม่มากนัก

สำหรับหุ้นที่น่าจะโดดเด่นในช่วงนี้ แนะนำซื้อบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ราคาพื้นฐาน 68 บาท บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) 63.5 บาท และบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) 36 บาท

นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล หัวหน้ากลยุทธ์การลงทุนและผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดลูกค้าบุคคล บล.ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทยังคงเป้าดัชนีหุ้นปีนี้ที่ 1,300 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะแตะจุดสูงสุดสัปดาห์หน้าที่บริเวณ 1,290-1,300 จุด จึงแนะนำให้ถือหุ้นไปรอขาย หลังจากนั้นคาดว่าดัชนีจะปรับฐานลงประมาณ 50 จุด ในช่วงปลายเดือนนี้ และให้รอซื้อเล่นรอบที่บริเวณ 1,250 จุด ในช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้ 

สำหรับหุ้นที่แนะนำให้เก็งกำไร คือ กลุ่มพลังงานและมีโอกาสที่นักวิเคราะห์จะปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้ ส่วนกลุ่มธนาคาร-สื่อสาร แนะนำให้ขายทำกำไร เพราะราคาเข้าใกล้มูลค่าพื้นฐานแล้ว

นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์ บล.ธนชาต ยังเชื่อว่าดัชนีปีนี้ยังคงไปได้แค่ระดับปัจจุบันคือ 1,270-1,280 จุด แนวโน้มดัชนีจะซึมลงเพราะคิวอีครั้งนี้เม็ดเงินไม่ได้มากแต่ทยอยออกจนกว่าการว่างงานสหรัฐจะลดลง

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขา ธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า เร็วๆ นี้ สมาคมฯ จะสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ เพราะปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งอาจจะมีการปรับเป้าดัชนีหุ้น เนื่องจากคิวอี 3 อาจช่วยผลักดันดัชนีให้เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็เป็นได้ รวมทั้งต้องดูว่าจะมีการปรับประมาณการกำไร บจ.หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท