posttoday
รายได้รัฐบาลหายไปอื้อซ่า

รายได้รัฐบาลหายไปอื้อซ่า

16 กันยายน 2555

ข่าวคราวการเงิน การคลัง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจท่ามกลางคลื่นลมเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้าใส่ไทยคือ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ข่าวคราวการเงิน การคลัง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจท่ามกลางคลื่นลมเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้าใส่ไทยคือ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

มีมติรับทราบผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ว่า ในสิ้นปีงบประมาณทุกส่วนราชการน่าจะเบิกจ่ายงบลงทุนจำนวน 4.12 แสนล้านบาท ได้เพียง 63.1% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 72% หรือต่ำกว่าเป้า 8.49%

โดยปัจจุบันมีการเบิกจ่ายงบลงทุนได้แค่ 2.17 แสนล้านบาท คิดเป็น 52.8% เพราะหน่วยงานราชการต่างๆ ไม่พร้อมในการเบิกจ่าย และหลายหน่วยงานต้องสั่งยกเลิกประกวดราคา เพราะราคาสินค้าและวัสดุขึ้นราคา

ถือเป็นสัญญาณว่า การลงทุนภาครัฐที่จะเข้ามาลากเศรษฐกิจเดี้ยงไป 1 รายการ

รายได้รัฐบาลหายไปอื้อซ่า

 

คล้อยหลังไม่นาน ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ก็ออกมาเปิดเผยว่า การเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีนี้จะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 1.98 ล้านล้านบาท แต่คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท

ถึงกระนั้นก็ตาม จะไม่ส่งผลกระทบกับการเบิกจ่ายของรัฐบาล เพราะยังเบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าเงินที่คาดว่าจะต้องเบิกจ่ายก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้

การจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย เป็นผลมาจากนโยบายประชานิยมลดแลกแจกแถมของรัฐบาล เช่น การลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 23% นโยบายลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก ซ่อมรถ ซ่อมบ้านจากน้ำท่วม การลดภาษีน้ำมันดีเซล

ปรากฏการณ์ในสองเรื่องเป็นตัวสะท้อนว่า การลงทุนและรายจ่ายภาครัฐเข้าสู่ภาวะฝืดเคือง

ท้ายสัปดาห์ สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็ออกมาชี้แจงการปรับประมาณการมูลค่าการส่งออกปีนี้ใหม่จากที่เคยคาดว่าจะเติบโตได้ 12.8% เหลือเติบโตแค่ 4.5% หายไป 8.3% ซึ่งสะท้อนภาพรายได้ประเทศที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ

สมชัย ชี้แจงว่า หากต้องการให้การส่งออกทั้งปีนี้ยังโตได้ตามเป้า ช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้ไทยจะต้องส่งออกได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

กระนั้นก็ตาม สมชัย ยังเชื่อว่า การขยายตัวเศรษฐกิจยังอยู่ใกล้เคียงระดับเดิมที่ประมาณการไว้ที่ 5.7% แม้ว่าการส่งออกจะลดลง เนื่องจากการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ดี

ขณะที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ผู้กำลังโดนโจมตีจากการโกหกเรื่องตัวเลขการส่งออก กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์คงเป้าการส่งออกไว้ที่ 15% ซึ่งเป็นเป้าที่ตั้งไว้ ส่วนทำได้ถึงหรือเปล่า ไม่รู้

ด้าน บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ตัวเลขส่งออกปีนี้จะขยายตัว 7.23% สูงกว่าประมาณการของกระทรวงการคลัง เป็นการประเมินจากทูตพาณิชย์ทั่วโลก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้เท่านั้นจริงๆ โดยยังคงเชื่อว่าการส่งออกปีนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5% และมากกว่า 7% แน่นอน

สุดสัปดาห์ ผลจากมาตรการการผ่อนคลายมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี 3) ในการเข้าช่วยซื้อพันธบัตร 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือนไปเรื่อยๆ ไม่กำหนดเวลาสิ้นสุด และการเพิ่มมาตรการผ่อนคลายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไว้ระดับ 0.25% เพิ่มขึ้นอีก 1 ปี จากเดิมที่คาดว่าจะสิ้นสุดปี 2557 เพื่อดูแลการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐนั้น มีผลให้เงินทุนไหลเข้าเอเชียและไทยเพิ่มขึ้น

ผลที่ตามมาทำให้ตลาดเงินของไทยตื่นชั่วคราว ทำให้ค่าเงินบาทในวันที่ 14 ก.ย.ปรับแข็งค่าขึ้น 0.60% จากวันก่อน อยู่ที่ระดับ 30.80-30.85 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น ตอบรับการออกมาตรการ QE 3 ของเฟด ปิดที่ระดับ 1,276.12 จุด เพิ่มขึ้น 2.41% มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.74 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบัน บัญชีบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ รายย่อยขายสุทธิ

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง