posttoday
คลอดคู่มือต้นทุนเกษตรลดภาระอุดหนุนรัฐ

คลอดคู่มือต้นทุนเกษตรลดภาระอุดหนุนรัฐ

15 กันยายน 2555

ถือเป็นภาพชินตากับการที่เกษตรกรไทยยกขบวนกันมาประท้วงรัฐบาลให้ช่วยเหลือเวลาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ถือเป็นภาพชินตากับการที่เกษตรกรไทยยกขบวนกันมาประท้วงรัฐบาลให้ช่วยเหลือเวลาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และทุกครั้งที่เกษตรกรรวมกลุ่มกันมาเรียกร้องก็ประสบความสำเร็จทุกครั้งไป จนสร้างความเคยชินให้กับเกษตรกร หรือถึงขั้นที่เรียกว่า กลายเป็นการยึดติดนโยบายประชานิยมต่างๆ ที่รัฐบาลหามาป้อนทุกครั้ง จนเกษตรกรไทยไม่สามารถปรับประสิทธิภาพการผลิตของตัวเองให้ยืนได้เองอย่างยั่งยืน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าห่วงมาก

ดังนั้น ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มี ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน จึงต้องสั่งให้ อภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ศึกษาต้นทุนสินค้าเกษตรเปรียบเทียบกับราคาปัจจุบันถึงส่วนต่างของต้นทุนและกำไร เมื่อมาคำนวณหักจากค่าครองชีพในปัจจุบันแล้ว เกษตรกรไทยจะเหลือเงินเท่าไหร่ในการประกอบอาชีพ เพราะขณะนี้เกษตรกรไทยหันพึ่งแต่การอุดหนุนจากภาครัฐเป็นหลัก

โดยเฉพาะสินค้ายางพาราและปาล์มน้ำมัน เมื่อราคาปรับตัวลดลงทุกครั้ง เกษตรกรก็จะแสดงความไม่พอใจ ก็จะรวมกลุ่มกันขู่เดินขบวนประท้วงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปอุดหนุนราคา แม้จะลดลงตามตลาดโลกก็ตาม

คลอดคู่มือต้นทุนเกษตรลดภาระอุดหนุนรัฐ

 

“เกษตรกรไทยผูกติดกับนโยบายอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรของภาครัฐจนเคยชิน สศก.ต้องเร่งดำเนินการคำนวณต้นทุนการผลิตพืชแต่ละชนิด เพราะล่าสุดปาล์มน้ำมันราคาปรับตัวลดลง เกษตรกรต้องการให้รับซื้อ 6 บาท/กก. ส่วนยางพาราปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 70 บาท/กก. เกษตรกรก็ต้องการให้รับซื้อในราคาเกิน กก. 100 บาท หากรัฐบาลต้องเข้าดูแลทั้งหมด อนาคตก็จะเกิดการชุมนุมเรียกร้องตามมาอีกไม่หยุดหย่อน” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ขณะเดียวกันได้สั่งให้กรมการข้าวไปติดตามความคืบหน้ายุทธศาสตร์ข้าวเกี่ยวกับโครงการที่ทำร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ให้เดินหน้าต่อโดยเร็ว ซึ่งทางกรมการข้าวจะต้องให้คำตอบเรื่องผลผลิตข้าวต่อไร่ (ยิว) เพราะปัจจุบันทำได้ต่ำกว่าเพื่อนบ้าน โดยในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตข้าวต่อไร่ของชาวนาไทยไม่ได้ดีขึ้นเลย

เรื่องนี้สอดคล้องกับผลสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ทำการสำรวจทัศนะต่อนโยบายของรัฐบาล : จำนำข้าวและประกันราคาข้าว จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,000 ตัวอย่าง พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ 32% เห็นว่าไม่ควรยกเลิกเลย 31.4% โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 19.70% จะออกมาเรียกร้องให้ขยายเวลาจำนำข้าวต่อหากรัฐบาลยกเลิกการจำนำ ที่สำคัญเกษตรกรส่วนใหญ่ 86.5% ยังเห็นควรให้รัฐบาลมีมาตรการในการจำนำข้าวหรือประกันราคาข้าวต่อไปในระยะยาวอีกด้วย

ขณะที่เมื่อถามลงลึกไปอีกว่า ระหว่างโครงการรับจำนำกับประกันราคาข้าวของรัฐบาล เกษตรกรพอใจแนวทางใดมากกว่า ก็พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ 35.4% พอใจกับโครงการรับจำนำข้าวมากกว่า เนื่องจากได้ราคาดีกว่า ไถ่ถอนได้สะดวกกว่าและได้เงินเร็วกว่า ส่วนโครงการประกันราคาข้าวพอใจ 28.2% เพราะให้ผลตอบแทนสูง แต่รัฐบาลใช้เงินน้อยกว่า ไม่บิดเบือนราคาเกินไป ทำให้ราคาข้าวจริงไม่ตกและมีความยั่งยืนกว่า

อภิชาต กล่าวว่า สศก.อยู่ระหว่างจัดทำต้นทุนสินค้าเกษตรทั้งหมด เพื่อเป็นคู่มือเจรจาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวลดลง หากมีม็อบสินค้าเกษตรเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยอุดหนุนราคา โดยอ้างเหตุผลว่า ราคาในปัจจุบันต่ำกว่าต้นทุนที่เคยได้ ซึ่งการจัดทำคู่มือต้นทุนราคาสินค้าเกษตรนี้จะช่วยทำให้รู้ว่าต้นทุนการผลิตจริงๆ ของสินค้าเกษตรแต่ละชนิดอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ ซึ่งข้อมูลที่ได้ของ สศก.อาจไม่ตรงกับตัวเลขที่เกษตรกรอ้างก็ได้

เบื้องต้นต้นทุนสินค้าที่ สศก.จัดทำไว้ ประกอบด้วย ยางพารา มีต้นทุนอยู่ที่ 61.65 บาท ราคาขาย 70 บาท/กก. หรือมีกำไร 13.54% ปาล์มน้ำมันมีต้นทุนอยู่ที่ 2.90 บาท/กก. ราคาขาย 4.80 บาท/กก. มีกำไร 65% โดยมะพร้าวแห้ง ต้นทุน 619 บาท/100 ลูก ราคาขาย 300 บาท/ 100 ลูก ปัจจุบันยังขาดทุนอยู่ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลเคยอุดหนุนให้เกษตรกรชาวสวนมะพร้าว ซึ่งขายได้ราคา 700 บาท/100 ลูก เท่ากับรัฐบาลอุดหนุนอยู่แล้ว 6 บาท/ ลูก แต่เกษตรกรต้องการขอเพิ่มเป็น 12 บาท/ลูก

อย่างไรก็ดี แม้จะทำคู่มือต้นทุนราคาสินค้าเกษตรออกมา แต่หากรัฐบาลไม่มี นโยบายหรือมาตรการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกร ก็ยากที่จะทำให้เกิดผลในการเปลี่ยนแปลงได้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทบทวนให้มากๆ ด้วย

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน