
ทองทะยาน38เหรียญ
ตลาดทุนโลกคึกคักรับเฟดอัดฉีดคิวอี3-คาดแตะ52ล้านล้าน
ตลาดทุนโลกคึกคักรับเฟดอัดฉีดคิวอี3-คาดแตะ52ล้านล้าน
ทอง-หุ้น-น้ำมัน ทะยานแรงรับข่าวธนาคารกลางสหรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ อัดฉีดเดือนละ 4 หมื่นล้านเหรียญ
ราคาทองคำในตลาดโคเม็กซ์สหรัฐ ปรับตัวสูงสุดทุบสถิติในรอบ 6 เดือนครึ่ง เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ทะยาน 38.40 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 1,772.10 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เช่นเดียวกับน้ำมัน ค่าเงิน และตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) เป็นครั้งที่ 3 โดยจะใช้เงิน 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.24 ล้านล้านบาท) ซื้อตราสารหนี้ทุกเดือน โดยไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดที่ชัดเจน
รอยเตอร์ส ระบุว่า มาตรการคิวอีครั้งที่ 3 นี้แตกต่างจาก 2 ครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเฟดจะซื้อเฉพาะตราสารหนี้ที่ใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน (เอ็มบีเอส) เท่านั้น โดยจะใช้เงิน 1.24 ล้านล้านบาท เข้าซื้อต่อเนื่องทุกๆ เดือน ไปจนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ดีพอในตลาดการจ้างงานสหรัฐ โดยคาดหวังว่าจะช่วยให้สถานการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งภาคส่วนดังกล่าวเป็นเหมือนลูกสูบที่หายไปในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
พร้อมกันนี้ เฟดยังขยายเวลาตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดที่ 0–0.25% ต่อไปอีกอย่างน้อยจนถึงปี 2015 เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ซบเซาอย่างหนักอีกด้วย
“สถานการณ์การจ้างงานยังคงน่าวิตกอยู่มาก ขณะที่เศรษฐกิจก็ฟื้นตัวได้แค่พอประมาณ และไม่ได้เร็วพอจนสามารถทำให้อัตราการว่างงานลดลงจนเห็นได้ชัด” เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด แถลง
การเข้าซื้อตราสารเอ็มบีเอสครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกดให้ดอกเบี้ยอสังหาริมทรัพย์ลดต่ำลง ซึ่งจะช่วยทั้งตลาดบ้านและลดภาระของผู้ซื้อบ้าน นอกจากนี้ยังช่วยหนุนให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้นกู้ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันต้นทุนกู้ยืมที่ลดลงยังคาดว่าจะนำไปสู่การปล่อยกู้ให้ภาคธุรกิจมากขึ้น
บรรดานักวิเคราะห์ ระบุว่า มาตรการซึ่งไม่ระบุกรอบเวลาเช่นนี้ อาจทำให้เฟดต้องซื้อตราสารหนี้ทั้งหมดถึงกว่า 1–1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 31–52.7 ล้านล้านบาท) เนื่องจากอาจต้องใช้เวลายาวนานถึง 3 ปี กว่าที่อัตราการว่างงานของสหรัฐจะลดลงมาที่ระดับปกติ 6% จากปัจจุบันที่ 8.1%
ขณะที่นักวิเคราะห์บางฝ่ายวิจารณ์ว่า มาตรการซื้อสินทรัพย์ครั้งนี้อาจไม่ช่วยเศรษฐกิจเท่าใดนัก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำมากอยู่แล้ว และยังอาจส่งผลให้เกิดปัญหาข้างเคียงอย่างภาวะเงินเฟ้อในภายหลัง
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวส่งผลให้ตลาดทุนทั่วโลกปรับตัวอย่างคึกคัก ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับบวกถึง 206.51 จุด ปิดที่ 13,539.86 จุด ขณะที่เอสแอนด์พี 500 ขึ้นไปสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2007 ที่ 1,459.99 จุด ส่วนราคาน้ำมันดิบไลต์สวีตงวดส่งมอบเดือน ต.ค. ปรับตัวขึ้น 91 เซนต์ ไปอยู่ที่ 99.22 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในขณะที่เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงมาต่ำสุดในรอบ 7 เดือนเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 77.13 เยนต่อเหรียญสหรัฐ







