posttoday
คาดกลุ่มโรงงานกลั่นฟื้นไตรมาส3

คาดกลุ่มโรงงานกลั่นฟื้นไตรมาส3

14 กันยายน 2555

นักวิเคราะห์ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นในไตรมาส 3 ปี 2555

โดย...บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)

นักวิเคราะห์ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นในไตรมาส 3 ปี 2555 กลับมามีกำไรจากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว บล.ฟิลลิป ได้ศึกษา 5 แห่ง คือ บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ยกเว้น BCP ที่ไม่มีปิโตรเคมี

คาดกลุ่มโรงงานกลั่นฟื้นไตรมาส3

 

ราคาน้ำมันดิบดูไบล่าสุด (12 ก.ย. 2555) อยู่ที่ 112.79 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 15.72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากสิ้นงวดไตรมาส 2 ปี 2555 ที่ 97 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าการกลั่นตั้งแต่ไตรมาส 3 จนถึงปัจจุบันปรับขึ้นดีกว่าคาด เฉลี่ย 9.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เทียบเพิ่มขึ้น 37.5% จากไตรมาส 2 ตามการคาดการณ์ของ FACTS Global Energy, AsiaPacific Databook, Spring 2555 ในทวีปเอเชียและตะวันออกกลางจะมีกำลังการกลั่นใหม่ในปี 2556 จะเพิ่มขึ้นเพียง 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงอย่างมีนัยจากปี 2555 ที่เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้นในปี 2556 น้อยกว่าความต้องการส่วนเพิ่มที่คาดไว้ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

บล.ฟิลลิป คาดแนวโน้มกำไรในไตรมาส 3 ที่ฟื้นตัวค่อนข้างแรง และคาดว่าในไตรมาส 4 แนวโน้มค่าการกลั่นยังจะอยู่ในระดับสูงได้ต่อจากความต้องการใช้น้ำมันในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจะสนับสนุนให้กลุ่มน้ำมัน Middle Distillate มีส่วนต่างผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 1820 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คาดในปี 2556 ค่าการกลั่นฟื้นตัวจากกำลังการกลั่นใหม่เข้ามาลดลง

ดังนั้น บล.แห่งนี้จึงปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นกลุ่มโรงกลั่นจาก “ลงทุนปกติ” เป็น “ลงทุนมากกว่าปกติ” แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” TOP ราคาพื้นฐาน 73.50 บาท IRPC ราคาพื้นฐาน 4.90 บาท

แนวโน้มผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นในไตรมาส 3 ปี 2555 กลับมามีกำไรจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันที่ฉุดให้ผลประกอบการของโรงกลั่นงวดไตรมาส 2 ปี 2555 รายงานออกมาขาดทุน คาดในไตรมาส 3 ปี 2555 จะพลิกกลับมามีกำไรอย่างมีนัยจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดูไบล่าสุด (12 ก.ย.2555) อยู่ที่ 112.79 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 15.72 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากปิดสิ้นงวดไตรมาส 2 ปี 2555 ที่ 97 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รวมทั้งการกลับรายการบันทึกตีราคาสินค้ามูลค่าคงคลัง (LCM) โดยในเบื้องต้น บล.ฟิลลิป คาดว่าทุกบริษัทมีโอกาสกลับมาบันทึกกำไรสต๊อกน้ำมัน 5-6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากไตรมาส 2 ปี 2555 ที่ขาดทุนสต๊อกน้ำมันสูง 6-11 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ค่าการกลั่นปรับขึ้นดีกว่าคาดจากโรงกลั่นปิดซ่อมบำรุงนอกแผนค่าการกลั่นอ้างอิง (Singapore Dubai Crack) ในไตรมาส 3 ปี 2555 ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 9.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่เทียบไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นมาก 37.5% โดยส่วนต่างน้ำมันดีเซลปรับขึ้นมากสุด 10.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26.8% จากไตรมาส 2 เป็น 19.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และส่วนต่างน้ำมันเครื่องบิน (JetDubai) ปรับเพิ่มขึ้น 5.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 25.15% จากไตรมาส 2 เป็น 19.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในขณะที่ส่วนต่างน้ำมันเบนซิน (ULG 95Dubai) เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนลดลง 8.6% แต่เพิ่มขึ้น 14.4% จากไตรมาส 2 เป็น 15.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยส่วนต่างน้ำมันและค่าการกลั่นปรับขึ้นดีกว่าคาด ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกให้หุ้นในกลุ่มโรงกลั่นรายงานกำไรในไตรมาส 3 ออกมาฟื้นตัวแข็งแกร่ง จากที่ปกติในช่วงไตรมาส 3 ค่าการกลั่นจะลดลง จากไตรมาส 2 ซึ่งค่าการกลั่นและส่วนต่างน้ำมันสำเร็จรูปปรับขึ้นดีกว่าคาด มีปัจจัยหนุนจากการผลิตที่ลดลง ทำให้ตลาดโรงกลั่นตึงตัว โดยมีโรงกลั่นปิดซ่อมบำรุงนอกแผนที่เวียดนาม เวเนซุเอลา และความต้องการจากอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นในช่วงถือศีลอดเทศกาลรอมฎอน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท