posttoday
แกะรอยนักลงทุนไทย ในสนามการค้าเวียดนาม

แกะรอยนักลงทุนไทย ในสนามการค้าเวียดนาม

14 กันยายน 2555

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับธนาคารกรุงเทพและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับธนาคารกรุงเทพและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) หลักสูตร เสริมสร้าง ความรู้เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 สำหรับผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ (36 ชั่วโมง) และศึกษาดูงาน ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ใน 5 กลุ่มธุรกิจยักษ์จากเมืองไทย ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับ

มงคล บัณฑรรุ่งโรจน์ รองประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยคอร์ป อินเตอร์เนชั่นแนล เวียดนาม กล่าวว่า บริษัทเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจเครือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โดยบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (บีเจซี) ถือหุ้นสัดส่วน 75% และมงคลกรุ๊ป 25% ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งและกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) รายใหญ่ หลังจากอยู่ในตลาดเวียดนามมาเกือบ 20 ปี

ขณะที่บริษัทเป็นผู้มีประสบการณ์และความชำนาญการทำตลาดและกระจายสินค้าจากประเทศไทยเป็นหลัก อาทิ เครื่องดื่มชูกำลังตรากระทิงแดง (เรดบูล) และปลากระป๋องตราสามแม่ครัว ล่าสุด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า ที่จะเป็นสินค้ากลุ่มใหม่ของบริษัท นอกเหนือจากสินค้าในเครือไทยเบฟฯ และบีเจซี โดยปัจจุบันมีดีลเลอร์กว่า 1,000 ราย เครือข่ายร้านค้าปลีก 5 หมื่นราย รวมถึงการเข้าไปโมเดิร์นเทรดในเวียดนามด้วย

สำหรับหัวใจหลักในการทำธุรกิจในเวียดนามที่ประสบความสำเร็จ คือ “การค้าแบบเงินสด” ที่ไปพร้อมกับระบบการบริหารจัดการทั้งแบบรายวัน รายเดือน และไตรมาส ที่ต้องสอดคล้องกับฐานข้อมูลที่จะต้องถูกหยิบมาใช้อย่างต่อเนื่องตามนโยบายการตลาดนำหน้าการขาย ซึ่งในอนาคตบริษัทวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ โดยสนใจที่จะมีหน้าร้านหรือร้านค้าปลีกเองเพื่อวางจำหน่ายสินค้าจากไทยโดยเฉพาะด้วย

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ที่จะทำให้ชนะใจผู้บริโภคได้ในที่สุด ซึ่งรวมถึงการทำกิจกรรมเพื่อมีส่วนช่วยเหลือสังคม (ซีเอสอาร์) ด้วย ซึ่งจากความร่วมมือกับเจบีซี ในครั้งนี้ได้วางเป้าหมายร่วมกัน คือ การกระจายการทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น จากปัจจุบันบริษัทไทยคอร์ปฯ มีรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท และวางเป้าหมายในอีก7ปีข้างหน้า(25532560) จะมียอดขายเพิ่มเป็น 1หมื่นล้านบาท

แกะรอยนักลงทุนไทย ในสนามการค้าเวียดนาม

 

สันติ เจาตระกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อัลไลน์ วัน แอเพอเรล กล่าวว่า บริษัทเข้ามาดำเนินธุรกิจสิ่งทอ โดยรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) เสื้อผ้ากีฬาแบรนด์ต่างๆ อาทิ อาดิดาส นอร์ทเฟซ และลิขสิทธิ์ฟุตบอลสโมสรลิเวอร์พูล ฯลฯ ตั้งแต่ 5 ปีก่อน จากปัจจัยการขาดแคลนแรงงานในไทย ทำให้ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตมายังเวียดนาม โดยปัจจุบันมี 3 โรงงาน และมีแรงงานราว 1,700 คน ซึ่งบริษัทผลิตเพื่อส่งออก 100%

ขณะที่ปัจจุบันค่าแรงประเทศเวียดนาม ในเมืองโฮจิมินท์ เฉลี่ยอยู่ที่100 เหรียญสหรัฐอเมริกาต่อเดือน จากราคาในตลาดปกติอยู่ที่ 200 เหรียญฯต่อเดือน หรือในระดับปริญาตรีเฉลี่ยอยู่ที่ 200300 เหรียญฯต่อเดือนเช่นกัน ทำให้เจ้าของสินค้ากีฬาแบรนด์ใหญ่ต่างๆ เช่นพูม่า ได้ปิดสำนักงานในประเทศสิงคโปร์ และไทย แต่หันมาเปิดสำนักงานประจำหรือ ‘เฮด ออฟ วิลเลจ’ ที่เวียดนามแล้วเช่นกัน

สำหรับหลักการทำธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอนั้น มีหัวใจอยู่ที่ต้นทุนการผลิต ซึ่งพบว่าต้นทุนกว่า 50% นั้น มาจากแรงงาน ดังนั้นการที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าย่อมได้เปรียบ

สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท ซี.พี. เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น ในเครือซีพี กล่าวว่า ปัจจุบัน ซี.พี.เวียดนาม ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมแบบครบวงจรสัตว์บกและสัตว์น้ำ โดยธุรกิจฟีด (Feed) มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์และธุรกิจต่อเนื่องจำนวน 8 โรงงาน แบ่งเป็น โรงงานผลิตอาหารสัตว์บก 4 โรงงาน โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำ 3 โรงงาน และโรงงานอบข้าวโพด 1 โรงงาน นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจฟาร์ม สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ กุ้ง และปลา รวมถึงธุรกิจฟู้ด แบ่งเป็น2ส่วน คือ1.การผลิตกุ้งและปลาเพื่อส่งออก และ 2.การผลิตสินค้าเพื่อบริการแก่ผู้บริโภคในประเทศ โดยดำเนินนโยบายการลงทุนในทุกประเทศ เพื่อประโยชน์หลัก3 ส่วน คือ 1.ประเทศที่ลงทุนได้ประโยชน์สูงสุด 2.ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด 3.พนักงานได้รับประโยชน์สูงสุด และจากนั้นจึงเป็นบริษัทที่ได้รับประโยชน์

ขณะที่แนวทางการทำตลาด ซี.พี.เวียดนาม นั้น จะยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ตามนโยบายที่วางไว้คือ ซีพี ไม่ได้ขายแค่สินค้าแต่ยังขายบริการและความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วย จากปัจจุบันซีพีฯครองส่วนแบ่งกว่า40%ในตลาดอาหารสัตว์ โดยในปลายปี2555 บริษัทยังเตรียมแผนขยายโรงงานที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียนเป็นแห่งที่ 2ด้วย เพื่อรองรับการขยายตลาดหลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)

“บริษัทยังให้ความสำคัญกับซีเอสอาร์ด้วย ซึ่งการตอบแทนคุณแผ่นดินนี้เป็นนโยบายแต่แรกของท่านประธาน(ธนินท์ เจียรวนนท์) ที่ทำอะไรช่วยเหลือให้กับสังคม เวลาผลิตสินค้าอะไรมาก็ขายได้หมด ทำให้ผู้บริโภครักและไว้ใจเชื่อใจเรา ซึ่งที่ผ่านมามีหลายประเทศที่เข้ามาลงทุนในเวียดนามแต่ภาพลักษณ์ไม่ดีก็มี” สุขสันต์ กล่าว

จิรพงศ์ ธราภพ ผู้จัดการอาวุโสโครงการร่วมทุนประเทศเวียดนาม สายงานโครงการต่างประเทศ บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม กล่าวว่า ปตท.สผ.มีแผนที่จะลงทุนในเวียดนามเพิ่มเติมตั้งแต่ต้นน้ำปลายน้ำ จากปัจจุบันปตท.สผ. พัฒนาและผลิตปิโตรเลียมในเวียดนาม 4โครงการ แบ่งเป็นระยะการผลิต2โครงการ ซึ่งหากมีโอกาสที่จะเข้าไปเจรจาก็มีความพร้อมของทีมงานด้านธุรกิจ และหน่วยที่ศึกษาข้อมูลแปลงสำรวจต่างๆได้ทันที

ขณะที่เวียดนามเอง มีแผนที่จะเปิดให้สำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียมเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ปริมาณเพียงพอกับความต้องการในปัจจุบันอยู่ที่วันละ 4หมื่นบาห์เรล และในอีก3ปีข้างหน้าคาดว่ามีความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ จากที่ผ่านมาเวียดนามเปิดให้สำรวจและขุดเจาะในทะเลภาคตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้ว ซึ่งปตท.สผ.คาดว่ายังมีโอกาสในเวียดนามจากความคุ้นเคยและมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับบริษัทปิโตรเลียมเวียดนามด้วย

โฉลกพร ผลชีวิน กรรมการผู้จัดการบริษัท วีนาคราฟท์ เปเปอร์ ในเครือเอสซีจี กล่าวว่า เวียดนาม จากการลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 70% และพันธมิตรจากญี่ปุ่นบริษัทเรนโกะ 30% จากศักยภาพของเอสซีจีที่เข้ามาลงทุนครอบคลุม 5 กลุ่มธุรกิจ คือ กระดาษ ปิโตรเคมี ซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง และการกระจายสินค้า ที่เอสซีจีเข้าไปร่วมถือหุ้นบริษัทในเวียดนาม 17 บริษัท โดยมีสินทรัพย์รวมประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท

ขณะที่แนวทางการทำตลาดและธุรกิจในเวียดนามของเอสซีจี จะใช้รูปแบบการขยายการลงทุนธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป จากในปัจจุบันพบว่ามีความต้องการการใช้กระดาษลูกฟูกสูง โดยในปี2555 คาดมีความต้องการเพิ่มเป็น1ล้านตัน แต่มีกำลังการผลิตรวม 9แสนตัน ซึ่งทำให้ปัจจุบันเวียดนามยังต้องนำเข้ามาส่วนหนึ่ง จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้บริษัทมีแผนปรับปรุงเครื่องจักรพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ทั้งนี้ คาดใช้งบลงทุน 600 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2.5 แสนตันต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 2 แสนตันต่อปี คาดดำเนินการแล้วเสร็จในกลางปี 2556 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในเวียดนามที่ยังเติบโตสูงต่อเนื่อง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท