
ติดปีกลงทุนนอก ลดเกณฑ์ปลายปี
ธปท.ลั่นพร้อมลดหลักเกณฑ์อุปสรรคการออกไปลงทุนในต่างประเทศในปลายปีนี้
ธปท.ลั่นพร้อมลดหลักเกณฑ์อุปสรรคการออกไปลงทุนในต่างประเทศในปลายปีนี้
นางสุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาประจำปีของสำนักเศรษฐกิจการคลัง เรื่องการลงทุนไทยในต่างประเทศ : โอกาสหรือความเสี่ยง? ว่า การออกไปลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนและธุรกิจไทย เป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง เพราะถ้าต่อไปมีการเปิดเสรีเงินทุนเพื่อให้เงินไหลเข้าออกง่าย อัตราแลกเปลี่ยนก็อาจจะผันผวนมากขึ้น นักลงทุนที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศ ต้องมีการทำการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (เฮดจิง) ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะทำให้หนี้ในต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม เพื่อความสะดวกและส่งเสริมนักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศให้มากขึ้น ธปท.จะพัฒนาและปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนมีสภาพคล่องให้มากขึ้น โดยจะเสนอกระทรวงการคลังให้ออกหลักเกณฑ์ที่มีความผ่อนผันมากขึ้นในปีนี้
“ในการผ่อนคลายการลงทุนอื่นๆ เพิ่มเติม ที่เราจะทำในปลายปีนี้ และปี 2556 เรายังอยู่ระหว่างรออนุมัติจากกระทรวงการคลัง ซึ่งเราจะปรับเพิ่มวงเงินและประเภทผู้ลงทุนที่จะออกไปลงทุน” นางสุชาดา กล่าว
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ธปท. มีการเปิดมากขึ้นแล้ว โดยนิติบุคคลสามารถขอได้เต็มที่ แต่จำกัดวงเงินในการให้กู้เงินกับบริษัทในต่างประเทศรายละ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกองทุนร่วมลงทุนในต่างประเทศก็มีวงเงินให้ขอออกไปได้สูงถึง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า สิ่งที่อยากผลักดันให้เกิดในเร็วๆ นี้คือ การตั้งศูนย์รวมการไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการไปลงทุนของนักลงทุนไทยให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้ข้อมูลที่ดีในการออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยศูนย์ฯ นี้อาจจะพิจารณาตั้งในประเทศพม่าก่อนเป็นแห่งแรก
“นอกจากนี้ ก็อาจจะพิจารณาปรับลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ปัจจุบันไทยเราเก็บ 15% สูงกว่าสิงคโปร์และมาเลเซียที่เก็บเพียง 10% ซึ่งจุดนี้อาจจะต้องพิจารณาปรับลดลง เพราะถือเป็นต้นทุนของนักลงทุนเพราะเมื่อลงทุนแล้วกำไรก็ต้องเก็บภาษีนำเข้าจากกำไรอีก
นอกจากนี้ อาจจะพิจารณาให้นำรายได้จากการไปบุกเบิกลงทุนในต่างประเทศ เช่น ค่าที่ปรึกษากฎหมาย ค่าที่ปรึกษาโครงการ โดยให้หักภาษีได้ 1.5 เท่า เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจไปแสวงหาโอกาส







