
มีโอกาสพีคของรอบคาดจะยังไม่มีคิวอี 3
ทิศทางตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมาทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 16 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ ECB ประกาศซื้อพันธบัตรของประเทศ ในยุโรปที่เรียกว่า
โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์
ทิศทางตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมาทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 16 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ ECB ประกาศซื้อพันธบัตรของประเทศ ในยุโรปที่เรียกว่า โครงการ OMTs ในการประชุม ECB วันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นการซื้อพันธบัตรที่ไม่จำกัดวงเงินของพันธบัตรที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปีลงมา ส่งผลทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทยมีช่วงปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากการซื้อพันธบัตรจะช่วยกดต้นทุนทางการเงินของประเทศที่มีปัญหาหนี้ให้อยู่ในระดับต่ำและไม่กลับมาเป็นปัญหากับสินทรัพย์ทางการเงินอีก (แต่พันธบัตรที่มีอายุมากกว่า 3 ปี ยังมีความเสี่ยงที่อัตราผลตอบแทนจะกลับมาสูง ซึ่งอาจจะต้องใช้ ESM ในการแก้ปัญหาเรื่องอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวแทน)
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกยังได้รับข่าวดีในวันพุธ จากการประกาศของศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีว่า รัฐบาลเยอรมนีสามารถรับรองสนธิสัญญาตั้งกองทุน ESM ได้โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ภาพโดยรวมส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกในสัปดาห์นี้ปรับตัวขึ้นแรงและทำจุดสูงสุดใหม่
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นในรอบนี้ไม่ได้เกิดจากเงินทุนไหลเข้า นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิสลับออกมา แต่แรงซื้อมาจากนักลงทุนสถาบันในประเทศที่มียอดซื้อสุทธิตลอดในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทิศทางตลาดในระยะสั้นเราประเมินว่าตลาดรับรู้ข่าวบวกไปค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นจากเรื่องการออกมาตรการ OMTs ของ ECB หรือผลศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีที่ออกมาตัดสินว่า การที่เยอรมนีสามารถร่วมตั้งกองทุน ESM ได้ไม่ชัดต่อรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม เราคาดในช่วงเวลาที่เหลือของเดือน มีความเสี่ยงที่ตลาดจะกลับมาปรับตัวลง เนื่องจากประเมินว่าเฟดจะยังไม่ทำ QE 3 ในการประชุมครั้งนี้ทันที กรณีที่ดีที่สุดจะเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยต่ำนานขึ้นกว่าเดิมที่กำหนดไว้ที่กลางปี 2014 หรือการเปิดช่องถึงโอกาสในการออกมาตรการในการประชุมครั้งหน้า ทำให้เราประเมินว่าตลาดในระยะสั้นมีโอกาสเป็นจุดสูงสุดของรอบตั้งแต่บริเวณนี้ขึ้นไปเป็นต้นไป โดยในช่วงครึ่งหลังของเดือนตลาดจะขาดปัจจัยบวก หรือการประชุมครั้งสำคัญที่สนับสนุนการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นไปจนถึงต้นเดือนหน้า
ส่วนปัญหาเรื่องหนี้ยุโรป เรายังคงประเมินว่าเป็นปัญหาในระยะยาวที่ต้องอาศัยเวลา เนื่องจากปัญหาถูกสั่งสมปัญหามานาน การแก้ปัญหาเพียงเฉพาะหน้า โดยการซื้อพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหา เพื่อกดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้ลดลง แทบจะไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริง เพียงแค่บรรเทาปัญหาไม่ให้ลุกลามจากอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น
การดำเนินงานของ ESM หลังจากจัดตั้งเรียบร้อยแล้วจะช่วยแก้ปัญหาได้ดีขึ้นกว่าเพียงการซื้อพันธบัตรของ ECB โดย ESM จะสามารถให้เงินกู้กับประเทศที่มีปัญหา โดยตรงรวมถึงการซื้อพันธบัตรในตลาดแรกและตลาดรอง ซึ่งการซื้อพันธบัตรในตลาดเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้โครงการ OMTs สามารถดำเนินงานได้จริง เนื่องจากโครงการนี้จะสามารถดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อ ESM/EFSF เข้าประมูลในตลาดแรกก่อนเท่านั้น
นอกจากนี้ ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของ ESM จะเพิ่มมากขึ้น หากสามารถได้ใบอนุญาตธนาคาร โดยในตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปในประเด็นนี้ และเยอรมนีซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของยุโรปยังคงคัดค้านในประเด็นนี้รวมถึงอีกหลายๆ เรื่อง หากการดำเนินการต่อไปของยุโรปขาดเยอรมนีสนับสนุน คาดว่าการแก้ปัญหาจะสะดุดและเป็นประเด็นใหญ่ที่ให้ตลาดมีช่วงปรับตัวลงแรง
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้รอขายช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะหากไม่มีข่าวดีจากผลการประชุมเฟด เนื่องจากเราเชื่อว่าหลังหมดการประชุมครั้งสำคัญแล้วตลาดจะหมดปัจจัยสนับสนุนและมีโอกาสกลับมาปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยแนวต้านทางเทคนิคในสัปดาห์นี้อยู่ที่บริเวณ 1,2671,272 จุด







