
ธุรกิจลั่นไม่จมน้ำชัวร์
เขื่อนสร้างเสร็จเกิน90%กำไรยังโตดี นักลงทุนตื่นทิ้งอิเล็กฯนิคมยานยนต์
เขื่อนสร้างเสร็จเกิน90%กำไรยังโตดี นักลงทุนตื่นทิ้งอิเล็กฯนิคมยานยนต์
น้ำท่วมหลอน!! นักลงทุนขนหัวรุกทิ้งหุ้นชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ นิคมฯ ด้านบิ๊ก AHNNCLROJNA เตือนอย่าตกใจ ยันรับมือไหว ธุรกิจยังโตดีตามเป้า
สถานการณ์น้ำท่วมหนักใน จ.สุโขทัย และในบางพื้นที่ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกเทขายหุ้นที่ประกอบธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมที่เคยได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
อาทิ บริษัท อาปิโก้ ไฮเทค (AH) ราคาทรุดถึง 5.12% หรือลดลง 1.10 บาท ปิดที่ระดับ 20.40 บาท หุ้นบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) รูดลง 2.44% ปิดที่ 8 บาท ส่วนหุ้นนิคมฯ ต่างๆ ร่วงลง 1% เศษ ขณะที่ตลาดหุ้นโดยรวมติดลบเพียง 2.61 จุด หรือ 0.21% ดัชนีปิดที่ 1,248.32 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายออกมากว่า 1,101 ล้านบาท
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า มีความเชื่อมั่นว่าด้วยระบบการป้องกันของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ จะสามารถรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ดี
ด้านราคาหุ้นนิคมฯ ที่ปรับตัวลงมาจากผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งอาจจะเป็นจังหวะเข้าซื้อของนักลงทุนอีกกลุ่มก็ได้
นายซูชวนเย็บ ประธานกรรมการ AH กล่าวว่า ราคาหุ้นที่ลดลงแรงส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากนักลงทุนกังวลสถานการณ์น้ำท่วม แต่ในแง่ของการทำธุรกิจนั้น บริษัทไม่ได้กังวลและมั่นใจว่าจะรับมือกับน้ำท่วมได้
ขณะนี้นิคมฯ ไฮเทคนั้นได้มีการก่อสร้างเขื่อน ซึ่งมีความสูงกว่า 5.5 เมตร และมีความคืบหน้ากว่า 90% จึงเชื่อมั่นว่าจะรับมือได้ และในขบวนการผลิตบริษัทได้การันตีกับลูกค้าว่าจะไม่มีการหยุดผลิตแน่นอน รวมถึงการย้ายเครื่องจักรจากน้ำท่วมครั้งก่อนทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นต่อบริษัทอย่างมาก
“ในงานไทยแลนด์โฟกัสเมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทในฐานะที่มีประสบการณ์จากน้ำท่วมและธุรกิจสามารถพลิกฟื้นได้รวดเร็วกว่าที่คาดไว้ ก็บอกกับนักลงทุนว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนที่สุด แม้ว่าจะเกิดวิกฤตแต่พนักงานทุกคนไม่มีการหยุดงาน โดยยังมาทำงานตามปกติและทำงานกันเกิน 100% ดังนั้นไม่มีประเทศไหนน่าลงทุนมากกว่านี้อีกแล้ว” นายเย็บ กล่าว
นายเย็บกล่าวอย่างมั่นใจว่า ธุรกิจจะเติบโตตามอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศที่เติบโตดีมาก ทำให้รายได้และกำไรในปีนี้จะเติบโตตามแผนที่วางไว้
นายนิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวนคร (NNCL) กล่าวว่า ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับน้ำท่วมเหมือนกับปีที่ผ่านมาแม้ว่าบางพื้นที่ในอยุธยาจะเริ่มมีน้ำท่วมขังแล้วก็ตาม
“ตอนนี้ได้สร้างเขื่อนซึ่งมีความสูงถึง 5.50 เมตร จากเดิมสูงเพียง 4.70 เมตร และขณะนี้เขื่อนก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 98%” นายนิพิฐ กล่าว
สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้ ทั้งรายได้และกำไรจะเติบโตดีกว่าไตรมาส 2 เพราะมีรายได้จากเงินประกันภัยน้ำท่วมและประกันภัยรายได้เข้ามา ซึ่งล่าสุดรับเงินแล้วกว่า 80 ล้านบาท และคาดว่าจะทยอยรับจนครบจำนวน 300 ล้านบาทในสิ้นปีนี้
น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้ไม่น่าเป็นห่วง และเชื่อว่าจะไม่รุนแรงเท่าปีก่อน นอกจากนี้ได้สร้างเขื่อนรอบนิคมฯ ระยะกว่า 70 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางเดือน ก.ย.นี้
นายเชษฐ มังคโลดม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) กล่าวว่า บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ จ.สุโขทัย เพราะยังไม่ได้เข้ามาในตัวเมือง แต่หากปล่อยให้น้ำท่วมกระจายบริเวณกว้างเหมือนปีก่อน พื้นที่ในกรุงเทพฯ ลูกค้าจะหายไปประมาณ 1.5 เดือน แต่พื้นที่ต่างจังหวัดได้รับผลกระทบที่ยาวนานกว่า







