posttoday
คมนาคมเล็งลงทุนระบบรางรถสายสีเขียว

คมนาคมเล็งลงทุนระบบรางรถสายสีเขียว

11 กันยายน 2555

คมนาคมทบทวนแผนลงทุนรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิตสะพานใหม่คูคต เป็นแบบ PPP Net Cost หวังคุมค่าโดยสารเอง หวังประโยชน์ระยะยาวประหยัดต้นทุนเดินรถ มั่นใจพร้อมเปิดประมูลปี 56

คมนาคมทบทวนแผนลงทุนรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิตสะพานใหม่คูคต เป็นแบบ PPP Net Cost หวังคุมค่าโดยสารเอง หวังประโยชน์ระยะยาวประหยัดต้นทุนเดินรถ มั่นใจพร้อมเปิดประมูลปี 56

นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่คูคต ระยะทางประมาณ 18.4 กม. วงเงิน 52,851 ล้านบาท ว่า ที่ประชุมสรุปให้มีการทบทวนรูปแบบการลงทุนจากเดิมที่ ครม.มีมติให้ลงทุนแบบ PPP Gross Cost (พีพีพี กรอสคอสต์) เป็น PPP Net Cost (พีพีพี เน็ตคอสต์) แทน เนื่องจากพบว่าจะมีประโยชน์ในระยะยาวมากกว่า รวมทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนการเดินรถ หลังจากนี้จะเสนอให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม พิจารณาเพื่อนำเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป

“การลงทุนแบบ PPP Gross Cost ลักษณะเหมือนการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ทีคือ รัฐบาลลงทุนระบบรางและให้เอกชนลงทุนระบบเดินรถไฟฟ้า ซึ่งเอกชนจะรับความเสี่ยงเรื่องรายได้ค่าโดยสาร และรัฐไม่สามารถลดค่าโดยสารได้เนื่องจากเอกชนต้องทำกำไร ขณะที่การลงทุนแบบ PPP Net Cost นั้น รัฐจะเป็นผู้ลงทุนระบบรางและจ้างเอกชนเดินรถ ซึ่งรัฐจะทำหน้าที่เก็บเงินค่าโดยสารและสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารได้ โดยในอนาคตโครงการรถไฟฟ้าจะใช้รูปแบบการลงทุนแบบ PPP Net Cost ทั้งหมด” นายศิลปชัย กล่าว

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวคาดว่าจะสามารถเปิดประกวดราคาได้ในปี 2556 โดยขณะนี้สถานีบางเขนได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้เสนอให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไปพิจารณา เพื่อให้มีผู้ให้บริการเดินรถในสายสีเขียวเป็นรายเดียว ซึ่งจะเป็นบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือไม่ก็ได้

ด้าน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยังยืนยันว่าควรยกเลิกโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต เพราะเป็นเรื่องเกินความจำเป็นซ้ำซ้อนกับเส้นทางส่วนต่อขยายโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ เส้นทางจากพญาไทดอนเมือง ซึ่งจะไม่คุ้มค่าการลงทุน เพราะผู้โดยสารจะเลือกใช้เพียงแค่ 1 เส้นทางเท่านั้น ซึ่งผลสรุปการดำเนินโครงการจะเป็นอย่างไร จะต้องรอผลการประชุมเวิร์กช็อปของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 13 ก.ย.นี้

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้รฟม.พิจารณาเรื่องค่าจ้างที่ปรึกษา ซึ่งไม่ได้ตั้งงบประมาณในส่วนนี้ว้ โดยให้พิจารณาวงเงินค่าจ้างที่เหมาะสม โดยเฉพาะกรณีที่โครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ วงเงินลงทุนสูง ค่าจ้างที่ปรึกษาน่าจะต่ำ ไม่ใช่ในอัตราปกติที่คิดสัดส่วนประมาณ 4% ของมูลค่าโครงการ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท