
หุ้นทองถึงจุดแบ่งขายทำกำไร
นักกลยุทธ์หุ้นนักค้าทอง แนะราคาใกล้ถึงจุดขายทำกำไร เตือนไม่ควรซื้อเพิ่ม
นักกลยุทธ์หุ้นนักค้าทอง แนะราคาใกล้ถึงจุดขายทำกำไร เตือนไม่ควรซื้อเพิ่ม
ตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ส่วนดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นไปสูงสุดถึงระดับ 1,254.87 จุด แต่มีแรงขายทำกำไรส่งผลให้ตลาดย่อตัวลงมาปิดที่ 1,250.93 จุด บวก 4.83 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบาง 28,045.95 ล้านบาท แต่ต่างชาติซื้อมากขึ้น 850 ล้านบาท ส่วนรายย่อยทิ้งอีก 1,317 ล้านบาท
นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ให้ความเห็นว่าในช่วงนี้ดัชนีหุ้นน่าจะแกว่งตัวขึ้นรอข่าวดีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และศาลเยอรมนี แต่เป็นการเลือกซื้อหุ้นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลาง และคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ดัชนีจะแกว่งตัวขึ้นไปอยู่ที่ระหว่าง 1,2701,280 จุด
นักกลยุทธ์ บล.ธนชาต แนะนำให้นักลงทุนรอขายทำกำไรเมื่อตลาดปรับตัวขึ้นมากกว่าที่จะซื้อหุ้นเพิ่ม หรือหากต้องการซื้อก็ควรเป็นการซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
“ดัชนีหุ้นจะพักฐานลงไปถึง 1,200 จุดได้ หากไม่มีการออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่สาม (คิวอี 3)”
สำหรับหุ้นที่แนะนำซื้อเก็งกำไรเพื่อสร้างความสมดุลให้พอร์ต คือ หุ้นที่ราคายังขึ้นน้อยกว่าตลาด เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารเกียรตินาคิน (KK) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และบริษัท ท่าอากาศ ยานไทย (AOT) หรือหุ้นปลอดภัยอย่างบริษัท โกลว์พลังงาน (GLOW) บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) และบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL)
ด้านราคาทองคำในตลาดเอเชียอ่อนตัวลงเล็กน้อย แกว่งตัวบริเวณ 1,731.14 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 10 เหรียญสหรัฐ
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก เชื่อว่าแนวโน้มราคาทองในสัปดาห์นี้จะแกว่งตัวแคบรอผลประชุมเฟด และหากไม่มีคิวอี 3 ราคาอาจลงไปถึง 1,680 เหรียญสหรัฐ แต่หากมีมาตรการกระตุ้นราคาจะขึ้นไปถึง 1,930 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
กลยุทธ์ในช่วงนี้นักลงทุนควรขายทำกำไรทองคำมากกว่าซื้อเพิ่ม และไม่ควรซื้อชอร์ตหรือขายทองคำล่วงหน้าในตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส โดยถือทองคำไม่เกิน 20% ของพอร์ต เพื่อรอผลการประชุมของเฟดในครั้งนี้เพื่อกำหนดทิศทางการลงทุน







