posttoday
แผนการ LET’S Reform ประเทศไทย

แผนการ LET’S Reform ประเทศไทย

11 กันยายน 2555

บทความ 2 ตอนที่แล้วที่ผมได้พูดถึงการปฏิรูปประเทศไทยด้วยคำย่อที่ว่า “LET’S Reform Thailand” ไม่ว่าจะเป็น

บทความ 2 ตอนที่แล้วที่ผมได้พูดถึงการปฏิรูปประเทศไทยด้วยคำย่อที่ว่า “LET’S Reform Thailand” ไม่ว่าจะเป็น

1.การปฏิรูปกฎหมาย (Legal Reform) 2.การปฏิรูปการศึกษา (Educational Reform) 3.การปฏิรูปภาษี (Tax Reform) 4.การปฏิรูปสังคม (Social Reform)

ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับจากผู้อ่านหลายท่านว่า ปัญหาของประเทศไทยเป็นปัญหาที่มีการสั่งสมมาเป็นเวลานาน แต่การปฏิรูปโครงสร้าง 4 เรื่องของประเทศที่กล่าวมานี้ ประเทศไทยดำเนินการได้ช้ามากและอาจไม่ทันการณ์ จึงควรจะเร่งรีบดำเนินการให้เป็นความจริงได้โดยเร็ว

ประกอบกับเมื่อไม่นานมานี้มีการศึกษาของ อาจารย์นวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการวิจัยเกี่ยวกับสถาบันต่างๆ ที่มีการจัดหลักสูตร 6 หลักสูตรของภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) วิทยาลัยตลาดทุน (วตท.) สถาบันพระปกเกล้า (ปปร.) สถาบันผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.) หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) และสถาบันวิทยาการการค้า (Tepcot) ว่าผู้เข้ารับการอบรมในสถาบันต่างๆ เหล่านั้น แทนที่จะเป็นเพื่อส่งเสริมสถาบันการศึกษา กลับกลายเป็นสถาบันเพื่อเอื้อโอกาสหรือสร้างเครือข่ายธุรกิจการเมืองและเป็นการเปิดโอกาสให้คนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ผลการวิจัยสรุปไว้ว่า “การจัดตั้งหลักสูตรของหน่วยราชการเพื่อการสร้างเครือข่ายภายในระบบอำนาจของรัฐและแสวงหาเครือข่ายภายนอก การจัดตั้งหลักสูตรการศึกษาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหอการค้าแห่งประเทศไทย ไม่ต่างอะไรกับการจัดตั้งกลุ่มผลประโยชน์หรือการหา ‘พวก’ เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง ช่องทาง และพลังในการผลักดันผลประโยชน์ของตน”

ในฐานะที่ผมเองก็ได้มีโอกาสเข้าเป็นนักศึกษาสถาบันหลายสถาบันด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ปปร. วปอ. บยส. วตท. Tepcot ผมคิดว่าข้อสรุปนั้นอาจจะดูรุนแรงและไม่เป็นธรรมแก่ผู้เข้าอบรมหลักสูตรทั้ง 6 เพราะความจริงแล้วหลักสูตรต่างๆ มีผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์มาก และสามารถเป็นกำลังผลักดันเรื่องหลายเรื่องให้สำเร็จได้ ผมจึงคิดว่าผู้เข้าเรียนหลักสูตรดังกล่าวน่าจะเป็นผู้นำของสังคมที่จะเป็นหน่วยงานที่ผลักดันให้เกิดความสำเร็จให้เกิดการ LET’S Reform ประเทศไทยได้ตามแผนงานที่ผมจะเสนอดังนี้

ดังที่ผมเรียนว่า การปฏิรูป 4 ด้านด้วยกันนั้น สิ่งที่จะทำได้สำเร็จด้วยความร่วมมือขององค์กร 4 องค์กร ก็คือ (1) รัฐบาล (2) รัฐสภา องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (3) องค์กรเอกชน (4) สถาบันการศึกษา รวมถึงสถาบันทั้ง 6 สถาบันดังกล่าวมาแล้วนั้น จะต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง โดยจะต้องให้ถือว่าเป็นวาระของประเทศ ที่ผ่านมามีการศึกษาวิจัยในเรื่อง 4 เรื่องหลักมากมายจากหน่วยงานต่างๆ มาเป็นเวลาช้านานและอยู่ในหลายแห่ง

จึงมีคำถามว่า จะเอาผลการศึกษา การวิจัย มาแปลงเป็นความจริงได้อย่างไร ผมจึงอยากจะขอเสนอแนวทางหรือแผนการปฏิบัติ (Road Map) ให้สามารถปฏิรูปประเทศไทยใน 4 ด้าน ดังนี้ คือ

1.ให้องค์กรทั้ง 4 ภาคส่วน ร่วมจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยทั้ง 4 ด้านมาจากผู้แทนองค์กรทั้ง 4 โดยคณะกรรมการนี้รัฐบาลจะต้องเป็นเจ้าภาพในการสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร หน่วยงานกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงหลักควรเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนภาครัฐสภาก็ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก คณะกรรมการอิสระต่างๆ ร่วมกับภาคเอกชน อันได้แก่

สภาอุตสาหกรรม หรือสภาหอการค้าไทย หรือสมาคมธนาคารไทย หรือคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) สถาบันการศึกษาต่างๆ ที่เป็นมหาวิทยาลัยและกลุ่มสถาบันการศึกษาชั้นผู้นำ 6 กลุ่ม วปอ. สถาบันพระปกเกล้า วตท. Tepcot ที่จะต้องเสนอคณะทำงานในรูปแบบคณะกรรมการใหญ่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมย่อยทั้ง 4 ด้าน โดยเป็นคณะกรรมการเต็มเวลา มีหน้าที่เฉพาะและมีงบประมาณ ไม่ใช่คณะกรรมการโดยปกติหรือฝากไว้กับหน่วยงานได้

คณะกรรมการ 4 ด้านมีอำนาจในการแต่งตั้งคณะทำงานหรือคณะอนุกรรมการที่จะต้องนำเอาผลงานคัดเลือกผลงานวิจัย ที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทยมาวิเคราะห์วิจัยคัดเลือกประเด็นต่างๆ สำหรับประเด็นที่ต้องมีการปรับปรุงโครงสร้าง เช่น การปรับปรุงภาษี การปรับปรุงโครงสร้างทางกฎหมาย โดยทำการแยกย่อยทำการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย โดยคณะทำงานชุดนี้จะมีสภาวิจัยแห่งชาติสถาบัน สภาพัฒนาเศรษฐกิจการคลัง มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินการศึกษาสรุป คัดย่อ คัดเลือก ควรใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 8 เดือน

2.เมื่อได้ผลการวิจัยสรุปแล้ว จัดให้มีการประชุมรับฟังความเห็น หลังจากได้ผลการศึกษาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ รัฐบาล รัฐสภาเองคงทำงานฝ่ายเดียวไม่ได้ เอกชนฝ่ายเดียวก็ทำไม่ได้ สถาบันการศึกษาฝ่ายเดียวก็ทำไม่ได้ จึงจะต้องร่วมกันประสานมือ ประสานใจ ประสานความคิด เอาข้อมูลมาประชุมแถลงฟังความเห็นสานเสวนาโดยหาข้อสรุปต่างๆ ภายใน 4 เดือน

3.ภายหลังดำเนินการตามแผนการติดตามผลจากการรับฟังความคิดเห็น โดยมีคณะทำงานในการร่างกฎหมาย ระเบียบ ทั้งระดับ พ.ร.บ. และกฎหมายลูก โดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจัดทำร่างกฎหมายโดยมีสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเลขานุการและกระทรวงที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ โดยควรดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายและรับฟังความเห็นเป็นเวลาภายในเวลา 6 เดือน

4.นำร่างกฎหมายเข้าสู่ระบบรัฐสภาและผ่านกฎหมาย โดยจัดลำดับความเร่งด่วนและผ่านกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในเวลา 6 เดือน โดยรวมเวลาทั้งสิ้น 2 ปี เพื่อ LET’S Reform ประเทศไทยได้สำเร็จ

ข้อเสนอแผนการดำเนินงาน LET’S Reform เป็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ผมจึงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนช่วยกันทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งและมั่นคง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท