
ททท.เร่งเสริมจุดเด่น-ปิดจุดอ่อนปั้นท่องเที่ยวไทย
การเตรียมความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 เป็นภารกิจที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ความสำคัญขับเคลื่อนสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความหมายในการรวมตัวกันของประชากรอาเซียนในครั้งนี้ รวมถึงวางกรอบยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว โดยมุ่งหาทั้งจุดเด่นและจุดอ่อนของแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อหาทางแก้ไขข้อบกพร่องในแต่ละจุด สร้างความเข้มแข็งให้กับแผนการทำงาน พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มเออีซี ที่จะขับเคลื่อนการทำงานแบบกลุ่มเดียวกัน
การเตรียมความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 เป็นภารกิจที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ความสำคัญขับเคลื่อนสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความหมายในการรวมตัวกันของประชากรอาเซียนในครั้งนี้ รวมถึงวางกรอบยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว โดยมุ่งหาทั้งจุดเด่นและจุดอ่อนของแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อหาทางแก้ไขข้อบกพร่องในแต่ละจุด สร้างความเข้มแข็งให้กับแผนการทำงาน พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มเออีซี ที่จะขับเคลื่อนการทำงานแบบกลุ่มเดียวกัน
สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. วิเคราะห์ถึงความพร้อมในภาคการท่องเที่ยว ภายหลังการจัดโครงการสัมมนา “เตรียมความพร้อมท่องเที่ยวไทย ก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ตั้งแต่เดือน มิ.ย.ก.ย. ทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ได้แก่ เชียงราย สงขลา นครพนม ตราด และที่สุดท้ายคือที่กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อฟังข้อมูลความพร้อมในแต่ละพื้นที่ พร้อมปูความร่วมมือพื้นฐานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนท่องเที่ยวในอนาคต
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ในแต่ละพื้นที่ พบว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงที่ตั้งภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการเดินทาง ในหลายพื้นที่มีจุดเชื่อมต่อไปยังเพื่อนบ้าน เช่น กาญจนบุรี มีเขตเชื่อมต่อกับประเทศพม่า มีโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ที่มีมูลค่าการลงทุนเบื้องต้น 2.7 แสนล้านบาท โดยนิคมอุตสาหกรรมทวาย ถือเป็นแหล่งรวมการลงทุนในอุตสาหกรรมหนักและเบา การขนส่งทางเรือที่จะกระจายสินค้าไปยังทั่วโลก โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย เปรียบเสมือนประตูที่เชื่อมต่อ การค้า การลงทุน และการเดินทางท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าสู่กลุ่มเออีซี โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีเขตแดนกาญจนบุรี ใกล้ที่สุด
แม้ว่าอานิสงส์ด้านการท่องเที่ยวยังคงไม่ชัดเจน และมีแนวโน้มว่าภาคการท่องเที่ยวอาจยังไม่ได้รับอานิสงส์จากโครงการท่าเรือน้ำลึกฯ ในช่วงที่เปิดให้บริการอย่างน้อย 35 ปีแรก แต่การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการไว้ตั้งแต่แรก
ผู้ว่าการ ททท. มองว่า ความได้เปรียบของประเทศไทย ที่เกิดจากสถานที่ตั้งประเทศ ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเกตเวย์เชื่อมต่อไปยังดินแดนอื่นๆ เช่น กาญจนบุรี ขณะที่ เชียงราย สามารถเชื่อมโยงยังจีนตอนใต้อย่าง ยูนนาน คุนหมิง ฯลฯ ซึ่งมีประชากรจำนวนมากที่พร้อมจะเดินทางท่องเที่ยว
สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเออีซีนั้น ททท.จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่เริ่มต้นให้คนไทยหันมาให้ความร่วมมือ เป็นจุดเริ่มต้นของความสามัคคี ที่ทำให้ทุกหน่วยงานหล่อหลอมการทำงานในทิศทางเดียวกัน โดยต้องเร่งผลักดันให้ผู้บริหารในแต่ละภาคส่วนมีความรู้ความเข้าใจ แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับระเบียบต่างๆ ในกลุ่มเออีซี เพื่อร่วมกันรักษาสิทธิประโยชน์ และสร้างความสามารถทางการแข่งขัน และความเท่าเทียมที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเปิดเออีซี
“ทุกประเทศต่างคาดหวังว่าจะได้ประโยชน์อะไรจากการเปิดเออีซีในครั้งนี้ เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะเกิดการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคของประชากรอาเซียนทั้งหมดกว่า 600 ล้านคน ซึ่งมองว่าขณะนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกๆ ที่เตรียมพร้อมและปรับตัวรับมือกับการท่องเที่ยว”
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างการขนส่ง และจุดเด่น และความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และสนามบินนานาชาติอีกหลายแห่ง เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ฯลฯ รวมถึงสนามบินที่ทางรัฐบาลเตรียมฟื้นฟูให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอนาคต
การมีความพร้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีความหลากหลาย เสน่ห์ความเป็นคนไทย ถือเป็นต้นทุนที่ดีและโดดเด่น มากกว่าประเทศอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกเออีซี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ไทยต้องเร่งพัฒนาศักยภาพให้โดดเด่นเหนือประเทศอื่นๆ
นอกจากนี้ในอนาคต ไทยต้องผลักดันตัวเองให้เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการเดินทาง ให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปประเทศไหน ต้องแวะต่อเครื่องและพำนักในประเทศไทยก่อนเดินทางต่อ ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ ททท.ต้องเร่งดำเนินการ
ขณะที่แผนระยะสั้น ต้องจะเร่งกำหนดธีมเส้นทางการท่องเที่ยว เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฮับการท่องเที่ยว โดยมุ่งการเชื่อมโยงกับประเทศที่มีธีมใกล้เคียงกัน เช่น เส้นทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น ขณะที่แผนระยะกลาง ต้องเร่งพัฒนาการเชื่อมโยงเส้นทางทางบก เขตชายแดนในแต่ละด่าน การอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม มองว่าการเปิดเออีซีครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยมีความกระตือรือร้น เริ่มคิด วางแผน การดึงศักยภาพจุดเด่นของประเทศที่มีอยู่ มาเป็นประโยชน์และใช้เป็นจุดขายที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย ขณะที่จุดอ่อนของประเทศไทยที่ทำให้กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย คือ สิ่งที่นอกเหนือการควบคุมในเรื่องสถานการณ์การเมือง ที่จะทำให้เกิดการชะลอตัวการเดินทาง ซึ่งมองว่าถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันผลักดันให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด สะอาด สะดวก ปลอดภัย มีน้ำใจได้เอกลักษณ์ รักษาสิ่งแวดล้อม เชื่อได้ว่าแบรนด์ไทยแลนด์จะเป็นเต็งหนึ่งในใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้







