posttoday
เฟดลั่นกลอง อีซีบีเริ่มออกรบ

เฟดลั่นกลอง อีซีบีเริ่มออกรบ

10 กันยายน 2555

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.1031.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยปัจจัยบวกในตลาดการเงินโลกยังทำให้เงินบาทรักษาแนวโน้มของการแข็งค่าไว้ได้ แต่ที่ผ่านมานักลงทุนยังลังเลที่จะเข้าซื้อเงินบาทในระดับที่แข็งค่ากว่า 31.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากยังรอความชัดเจนในอีกหลายประเด็น เช่น ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีในวันที่ 12 ก.ย. ว่าการอนุมัติการสนับสนุนกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) จากฝ่ายนิติบัญญัตินั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.1031.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยปัจจัยบวกในตลาดการเงินโลกยังทำให้เงินบาทรักษาแนวโน้มของการแข็งค่าไว้ได้ แต่ที่ผ่านมานักลงทุนยังลังเลที่จะเข้าซื้อเงินบาทในระดับที่แข็งค่ากว่า 31.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากยังรอความชัดเจนในอีกหลายประเด็น เช่น ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีในวันที่ 12 ก.ย. ว่าการอนุมัติการสนับสนุนกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) จากฝ่ายนิติบัญญัตินั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่น่าจะช่วยสรุปได้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ (QE) หรือไม่ ทั้งนี้เฟดจะเผยการประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ด้วย ช่วงปลายสัปดาห์เราต้องช่วยลุ้นไปกับกรีซ ว่าแผนการตัดลดงบประมาณรายจ่ายรอบใหม่จะเป็นที่พึงพอใจของคณะกรรมการ Troika (ประกอบไปด้วยตัวแทนจาก EU, ECB และ IMF) หรือไม่ เพื่อกรีซจะได้รับการอนุมัติการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือก้อนต่อไป ส่วนการประชุมระหว่างรัฐมนตรีการคลังและผู้ว่าธนาคารกลางของสหภาพยุโรปจาก 27 ประเทศ จะเป็นอีกเวทีหนึ่งที่น่าติดตาม เราคาดว่าอาจจะมีแรงกดดันให้สเปนขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะนั่นหมายถึงอีซีบีจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือโดยใช้โครงการซื้อพันธบัตรได้ และน่าจะส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนมากกว่าสถานการณ์ไม่แน่ไม่นอนในปัจจุบัน

นอกจากจะต้องเกาะติดการเคลื่อนไหวของภาครัฐแล้ว การติดตามตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัวออกมาดีในสัปดาห์ก่อน แต่มีหลายตัวที่ยังย้ำเตือนว่าเรายังไม่ได้ก้าวผ่านจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจโลก เช่น ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐจากสถาบัน ISM (Institute of Supply Management) ที่ร่วงลงต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี และดัชนีผู้จัดการฝ่ายผลิตของจีนที่ลดลงอย่างน่ากังวล ทั้งนี้ในการประชุม กนง.ของบ้านเราในวันที่ 5 ก.ย. ธปท.ได้ย้ำถึงความเสี่ยงจากภาวะที่อ่อนแอของเศรษฐกิจหลัก ซึ่งอาจจะส่งผลให้การส่งออกไทยโตได้ไม่ถึง 7% ตามที่ประมาณการไว้ แต่ยังใจชื้นได้บ้าง เพราะเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวยังได้ดีจากการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน

ตัวเลขที่น่าติดตามจากฝั่งสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และอัตราเงินเฟ้อ ส่วนแถบยูโรโซนจะมีการผลิตภาคอุตสาหกรรม และเงินเฟ้อของเศรษฐกิจหลัก คือ เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ตัวเลขจากจีน เช่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศ ยอดค้าปลีก และยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่

ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา แกว่งตัวอยู่ในกรอบ 31.16-31.42 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทเปิดแข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกันกับสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ หลังจากที่ได้ข่าวเรื่องสุนทรพจน์ของประธานเฟด เบน เบอร์แนนคี ที่เมืองแจ็กสันโฮล ซึ่งใจความของสุนทรพจน์นี้ คือ การย้ำเตือนว่าปัญหาการว่างงานที่ยืดเยื้อเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและควรจัดการให้เร็วที่สุด จึงเป็นเหตุทำให้นักลงทุนเริ่มมีความหวังว่าเฟดจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่

อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจในสัปดาห์ก่อนส่วนใหญ่ออกมาดีเกินคาด ไม่ว่าจะเป็นดัชนีภาคบริการของสถาบัน ISM ที่ขยายตัวมากขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือน ส.ค. และการจ้างงานภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นถึง 2.01 แสนตำแหน่ง ในช่วงเดียวกันจากการสำรวจของสถาบันเอกชน จนตลาดเริ่มไม่แน่ใจว่าเบอร์แนนคีจะมีความคิดที่เปลี่ยนไปหรือไม่ จึงมีการขายสกุลเงินเอเชียออกมาในช่วงกลางสัปดาห์ ซึ่งเป็นธรรมดาสำหรับตลาดการเงินในช่วงนี้ คือ หลีกเลี่ยงการถือโพสิชั่นระยะยาว เก็บกำไรไว้ก่อนอุ่นใจกว่า ในช่วงปลายสัปดาห์ อีซีบีประกาศโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซน หนุนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นแรงและค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามกระแสการเก็งกำไนอกจากนี้การพุ่งขึ้นของราคาทองกว่า 50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้เกิดการขายทำกำไรทองและเหรียญสหรัฐในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย เหรียญสหรัฐต่อบาท ณ วันศุกร์ อยู่ที่ระดับ 31.20 (เวลาประมาณ 17.00 น.)

ค่าเงินยูโรประคองตัวอยู่ในระดับเหนือ 1.2500 เหรียญสหรัฐ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาและดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 1.2630 เหรียญสหรัฐ หลังจากที่อีซีบีได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และประกาศโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี หรือ Outright Monetary Transactions (OMT) ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ของสเปนร่วงลงต่ำกว่า 6% เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 เดือน บ่งชี้ได้ว่าตลาดการเงินมีการตอบรับที่เป็นบวกชัดเจน เพราะอย่างน้อยมีความชัดเจนเพิ่มขึ้นว่า อีซีบีจะ “ออกรบ” อีกครั้งเพื่อลดต้นทุนให้แก่รัฐบาลในยูโรโซน แต่จะดีใจเกินไปเห็นจะไม่ได้ เพราะอีซีบีปรับประมาณการเศรษฐกิจลงด้วย โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัว 0.20.6% และยังต้องลุ้นว่าปีหน้าจะหดตัวต่อหรือไม่ ณ วันศุกร์ ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.2678 (เวลาประมาณ 17.00 น.)

ค่าเงินเยน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวระหว่าง 78.18 –79 เยนต่อเหรียญสหรัฐ โดยปรับตัวอ่อนค่าเทียบสกุลหลัก เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงและลดการถือสกุลเงินปลอดภัย จากการคาดการณ์โครงการซื้อพันธบัตรของอีซีบี ทั้งนี้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การถือเหรียญสหรัฐดูน่าสนใจกว่าเงินเยนด้วย ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐต่อเยน อยู่ที่ระดับ 78.93 (เวลาประมาณ 17.00 น.)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท