
สอบราคากลาง20หัวรถจักร
“ชัจจ์” ตั้งปลัดคมนาคม สอบราคากลางประมูลหัวรถจักรดีเซล 20 หัว สูงเกินจริง ส่อทุจริต ย้ำไม่ล้มประมูลแน่ เพราะถือว่า ร.ฟ.ท.ได้ประโยชน์
“ชัจจ์” ตั้งปลัดคมนาคม สอบราคากลางประมูลหัวรถจักรดีเซล 20 หัว สูงเกินจริง ส่อทุจริต ย้ำไม่ล้มประมูลแน่ เพราะถือว่า ร.ฟ.ท.ได้ประโยชน์
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งนายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานตรวจสอบการตั้งราคากลางประกวดราคาจัดซื้อหัวรถจักรดีเซล AC-AC จำนวน 20 หัว ที่มีนายประจักษ์ มโนธัม รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นประธานคณะกรรมการประกวดราคาจัดซื้อหัวรถจักรดังกล่าว เพราะเห็นว่าราคาที่บริษัท Santi Forestry Group ผู้ผลิตหัวรถจักรของบริษัท China South Railway ของประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลเสนอราคาต่ำสุดที่ 1,916.6 ล้านบาท หรือคิดเป็น 98 ล้านบาทต่อหัว แต่ราคากลางที่ ร.ฟ.ท.ตั้งไว้สูงถึง 3,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นเงินต่อหัวจักร 1 หัว ประมาณ 165 ล้านบาท ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก
“ราคาที่เอกชนเสนอมาเป็นเพียง 2 ใน 3 ของราคากลางที่รถไฟตั้งไว้ ซึ่งสูงกว่าราคาประมูลของเอกชนถึง 42% ส่อให้เห็นว่าอาจมีการตั้งงบเกินจริงเพื่อการทุจริต จึงได้สั่งการให้ปลัดคมนาคมตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด เพราะเชื่อว่าผู้เชี่ยวชาญของการรถไฟฯ ซึ่งมีความรู้ความสามารถไม่น่าจะประเมินราคาได้ผิดพลาดมากขนาดนี้” พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ได้ให้เวลาคณะกรรมการตรวจสอบเป็นเวลา 30 วัน โดยหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีความผิดจริงจะต้องลงโทษตามกฎหมาย แต่ในส่วนของการประกวดราคาคงไม่มีการล้มประมูล เพราะถือว่ารัฐได้ประโยชน์จากการดำเนินการครั้งนี้ และจะไม่สั่งระงับการดำเนินการโครงการประกวดราคาจัดซื้อหัวรถจักร 50 หัว หรือโครงการจัดซื้อตู้โดยสาร โดยจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการต่อไป แต่หากพบว่าโครงการใดมีความผิดปกติ ก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอย่างละเอียด
พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจสอบที่มีนายศิลปชัย เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบการตั้งราคากลางในการจัดซื้อหัวรถจักร ดีเซล ACAC จำนวน 20 หัว ตนจะให้เวลาในการสอบสวนทั้งหมด 30 วัน และรายงานผลมายังตนโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหน้าฝนได้สั่งให้ผู้บริหาร ร.ฟ.ท. เร่งตรวจสอบเส้นทางและอุปกรณ์ทางรางอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เช่น รางทรุดเพราะน้ำเซาะ หมอนผุ นอตหลุด เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากกว่าเวลาปกติ เนื่องจากพบว่า ร.ฟ.ท.เกิดอุบัติเหตุมากถึง 500 ครั้งต่อปี โดยเป็นรถไฟตกรางปีละกว่า 30 ครั้ง







