
เก็งกำไร‘AJ-TFI’ดันราคา
เอเจเครื่องจักรใหม่-ผลิตเพิ่ม การันตีปีหน้าผลงานกระโดด
เอเจเครื่องจักรใหม่-ผลิตเพิ่ม การันตีปีหน้าผลงานกระโดด
2 หุ้นฟิล์ม “ไทย ฟิล์มฯเอ.เจ. พลาสท์” ควงกันขึ้นเก็งกำไร บิ๊ก AJ มั่นใจเพิ่มเครื่องจักร ปีหน้ากำไรโตกระโดด
ราคาหุ้นฟิล์ม 2 บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ (TFI) และเอ.เจ.พลาสท์ (AJ) ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ท่าม กลางมูลค่าซื้อขายที่หนาแน่น
สำหรับ TFI ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน 3 วันทำการ ล่าสุดปิดที่ 2 บาท เพิ่มขึ้น 0.18 บาท หรือ 9.89% มูลค่าซื้อขาย 175.07 ล้านบาท
ขณะที่ AJ ราคาและมูลค่าซื้อขายปรับตัวขึ้นในช่วง 3 วันเช่นกัน โดยวันที่ 6 ก.ย. ระหว่างวันราคาขึ้นไปสูงสุด 15.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท ก่อนจะมีแรงขายทำกำไร กดราคาลงปิด 14.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 309.68 ล้านบาท
นายทศพล จินันท์เดช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ AJ กล่าวว่า ไม่ทราบสาเหตุที่ราคาหุ้นและมูลค่าการซื้อขายปรับตัวขึ้นแรงในช่วง 23 วันที่ผ่านมา แต่คาดว่าเกิดจากความเข้าใจของนักลงทุนมากขึ้น 2 เหตุผล คือ
ประการแรก ผลดำเนินงานไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทขาดทุนสุทธิจากการรื้อเครื่องจักรเก่า มีผลขาดทุนจากการขายเครื่องจักร ซึ่งการถอดเครื่องจักรเก่านี้ทำให้บริษัทหยุดการผลิตกว่ากว่า 1 เดือน
ประการที่สอง บริษัทได้นำเครื่องจักรใหม่ 1 เครื่อง มาติดตั้งแทนเครื่องจักรเก่า 2 เครื่อง ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิต BOPET ได้แล้ว มีกำลังการผลิต 3 หมื่นตันต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทได้ทยอยสั่งเครื่องจักรใหม่เข้ามาเพิ่มเติมอีก 3 เครื่อง ซึ่งเครื่องใหม่ทั้งหมดจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1.1 แสนตัน หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 1 แสนตัน โดยกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ปี 2556 โดยไตรมาส 2 จำนวน 4 หมื่นตัน ไตรมาส 4 จำนวน 3 หมื่นตัน และไตรมาส 2/2557 อีก 4 หมื่นตัน
ผู้บริหารยอมรับว่าผลดำเนินงานปี 2555 นี้ ไม่ได้คาดหวังว่ารายได้และกำไรจะเติบโต เนื่องจากไตรมาสแรกได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม และไตรมาส 2 การเปลี่ยนเครื่องจักร ซึ่งจะทำให้การเติบโตลดลงจากเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเติบโต 20% แต่คาดว่าปี 2556 ผลประกอบการจะเติบโตก้าวกระโดดจากการเพิ่มกำลังผลิต
“ผมคิดว่านักลงทุนคาดหวังจากนี้ไป เมื่อบริษัทติดตั้งเครื่องจักรใหม่ครบหมดแล้ว กำลังผลิตจะเพิ่มเท่าตัว และกำไรปี 2556 จะเติบโตแบบก้าวกระโดด” นายทศพล กล่าว
ผู้บริหาร กล่าวว่า จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและปัญหาวิกฤตการเงินในยุโรปนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตฟิล์มของ AJ ซึ่งนายทศพล กล่าวว่า สินค้าของ AJ เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ตลาดฟิล์มโดยรวมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เติบโตเฉลี่ย 1012% ซึ่งแนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนของทั่วโลกมีมากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกกว่า
ปัจจุบัน AJ ส่งออกฟิล์มไปต่างประเทศซึ่งตลาดหลักอยู่ในอาเซียน คิดเป็น 60% ของมูลค่าการขาย โดยมีตลาดฟิล์มพิเศษเป็นตลาดหลักอยู่ที่ญี่ปุ่นและเกาหลี ส่วนฟิล์มมาตรฐานอยู่ในอาเซียน







