
ทีดีอาร์ไอวอนเลิกจำนำข้าวเน้นช่วยคนจน
ทีดีอาร์ไอจี้เลิกจำนำข้าว ชี้เงินขาดทุน 8.3 หมื่นล้านบาท ตกพ่อค้า-นักการเมือง
ทีดีอาร์ไอจี้เลิกจำนำข้าว ชี้เงินขาดทุน 8.3 หมื่นล้านบาท ตกพ่อค้า-นักการเมือง
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอร์) เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องยกเลิกนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกตันละ 1.5 หมื่นบาท เพราะผลวิจัยสรุปชัดเจนว่าเงินถึงมือชาวนาที่ยากจนเพียง 17% แต่รัฐบาลต้องขาดทุนจากโครงการปีละ 1 แสนล้านบาท
“การที่รัฐบาลโปรยเงินลงไปเยอะมา จะขาดทุนปีละ 1 แสนล้านบาท แต่มีเงินถึงมือชาวนาที่ยากจนเพียง 17% หรือ 1.7 หมื่นล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีก 8.3 หมื่นล้านบาท ตกอยู่ที่ชาวนาร่ำรวย โรงสี พ่อค้า นักการเมือง ข้าราชการ และชาวนาต่างประเทศ ซึ่งเงินจำนวนนี้ดูแลคน 15 ล้านคน ได้ตั้งแต่เกิดจนตาย” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย ระบุว่า หากนำเงินที่ต้องขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวไปจัดสวัสดิการสังคม เช่น ดูแลเด็กเล็กอายุ 1-6 ขวบ เดือนละ 400 บาท ค่าเดินทางและค่าอาหารให้เด็กนักเรียน เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการเป็น 2,000 บาทต่อเดือน และการดูแลแรงงานนอกระบบ หาบเร่แผงลอย ได้ถึง 15 ล้านคน และใช้เงิน 8.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
นอกจากนี้ อยากเสนอให้รัฐบาลยกเลิกการจัดสวัสดิการตามกลุ่มอาชีพได้แล้ว เพราะทุกกลุ่มอาชีพมีทั้งคนจนและคนรวย หากรัฐบาลจัดลำดับความสำคัญการจัดสรรระบบสวัสดิการใหม่ รัฐบาลมีภาระ 2 แสนล้านบาทต่อปี หรือ 2% ของจีดีพี แต่การต้องพูดความจริงกับประชาชนไม่ใช่นโยบายฉาบฉวยและมีฐานข้อมูลที่ชัดเจน
“สรุปได้ว่า ขณะนี้สังคมไทยมีสวัสดิการไม่ทั่วถึงและยังไม่เป็นธรรมแต่ถ้าทำให้ทั่วถึงก็ทำได้ และใช้เงินไม่ถึง 2% ของจีดีพี ในการดูแลคนแก่ คนพิการ และดูแลการศึกษา แต่ต้องยกเลิกนโยบายประชานิยม หากอยากเดินหน้าสู่การจัดสวัสดิการที่ทั่วถึง และต้องเลิกใช้คำพูดสวยหรูให้สวัสดิการเพื่อช่วยเหลือคนจน” นายสมชัย กล่าว







