posttoday
ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล

06 กันยายน 2555

แรง ประหยัด ถึงใจ

มาแล้วครับ มาแล้ว...กับมินิ เครื่องยนต์ดีเซล ที่บริษัท มินิ ประเทศไทย ได้ฤกษ์นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่เมื่อช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล

และที่ทำให้น่าตื่นตาตื่นใจไม่ได้แค่เฉพาะการตัดสินใจนำมินิ ดีเซล มาจำหน่ายเท่านั้น แต่ยังนำเครื่องยนต์ดีเซลมาใส่ในมินิทุกรุ่นอีกด้วยครับ โดยใส่รหัส D เอาไว้ด้านท้ายเพื่อให้รู้ว่าเป็นเครื่องดีเซล และรหัส SD ให้รู้ว่าเป็นเครื่องดีเซล เทอร์โบ โอว...จอร์จ มันยอดมากจริงๆ
ทำให้ มินิ ประเทศไทย มีมินิเครื่องยนต์ดีเซลจำหน่ายครบหมด เริ่มตั้งแต่รุ่นมินิ คูเปอร์ ดี (3 ประตู) มินิ คูเปอร์ เอสดี มินิ คูเปอร์ เอสดี คูเป้ (2 ประตู) มินิ คูเปอร์ ดี คันทรีแมน (4 ประตู) และมินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน (4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ) ครบทุกรุ่นที่ลูกค้าต้องการ

ผมเองนั้นในช่วงแรกยังคิดว่า มินิ ประเทศไทย จะเลือกเปิดเครื่องยนต์ดีเซลในมินิบางรุ่นเสียอีก ไม่นึกว่าจะใส่มาเต็มๆ ทุกรุ่นขนาดนี้ อย่างนี้ต้องปรบมือให้ครับ

สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ มินิ ประเทศไทย นำมาจำหน่ายจะมีแค่ 2 รุ่น แต่ขนาดเครื่องยนต์เดียว คือ เครื่องดีเซล 2.0 ลิตรเท่านั้นครับ แต่จะมีแตกต่างกันก็คือ มีเทอร์โบ กับไม่มีเทอร์โบเท่านั้น

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล เครื่องดีเซล 2.0 ลิตร ระดับเทพ

ซึ่งก็เป็นไปตามนโยบายของ บีเอ็มดับเบิลยู เอจี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของมินิ ที่ปัจจุบันนี้จะไม่เน้นเครื่องยนต์ที่หลากหลาย แต่จะใช้เครื่องยนต์เดียว แต่ใส่กับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายแทน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเครื่องยนต์และสต๊อกอะไหล่
และเมื่อ มินิ ประเทศไทย ตัดสินใจเปิดตัวเครื่องยนต์ดีเซลกับมินิทุกรุ่น คราวนี้ปัญหาก็ตกอยู่ที่พวกผมแล้วสิ เมื่อมินิจัดลองขับมินิเครื่องยนต์ดีเซลครบทุกรุ่นในคราวเดียวกัน ทำให้ผมต้องวิ่งขึ้นคันโน้นลงคันนี้ให้ครบทุกรุ่น เล่นเอาเหงื่อตกกันไปทีเดียว

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล มินิ คูเปอร์ เอสดี

มินิ ดีเซล ที่ผมได้สัมผัสคือ มินิ คูเปอร์ เอสดี ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของรุ่น 3 ประตู ที่เป็นรุ่นคลาสสิกของมินิครับ

รูปร่างหน้าตาของมินิทุกรุ่นผมไม่ขอพูดถึงนะครับ เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ยังคงน่ารักและเท่เหมือนเดิมทุกประการ

นอกจากนี้ มินิ ดีเซล ยังได้นำเทคโนโลยี Minimalism เข้ามาใช้ด้วย เจ้าเทคโนโลยีนี้จะรวมถึงระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติจากการเบรก (Brake Energy Re-Generation) ระบบพวงมาลัยแบบ EPS Electric Power Steering และระบบสำรองพลังงานแบบ On-Demand สำหรับอุปกรณ์เสริม ทำให้มีอัตราการประหยัดน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ลฃ

ภายในของ มินิ คูเปอร์ เอสดีนั้น ที่เด่นๆ และแปลกตาก็คือ มีมาตรวัดกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดทรงกลมอันเบ้อเริ่มติดอยู่บริเวณด้านหลังพวงมาลัย เอาไว้ให้ผู้ขับได้รับรู้ถึงแรงบิดของเครื่องยนต์ว่าพุ่งไป เท่าไหร่แล้วเวลาเราเหยียบคันเร่ง ซึ่งตัวผมเองนั้นไม่ค่อยได้มองเจ้ามาตรวัดนี้หรอกครับ เพราะมัวแต่สนุกกับการขับมากกว่า

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล

มินิ คูเปอร์ เอสดีนั้น ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบคอมมอนเรล พร้อมเทอร์โบแปรผัน มีม้าเลี้ยงไว้ 143 ตัว ที่รอบเครื่องยนต์แค่ 4,000 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดมหาศาลเหลือเกินที่ 305 นิวตันเมตร กับรอบเครื่องยนต์เพียงแค่ 1,750-2,700 รอบต่อนาที

ความรู้สึกยังคงเดิมๆ ครับกับความรู้สึกเมื่อเข้ามานั่งในห้องโดยสารของมินิ เบาะนั่ง หนังนุ่มๆ แต่กระชับตัว นั่งสบายดีครับ ไม่มีปัญหา แถมยังมีซันรูฟเอาไว้รับแสงแดดแบบชิลชิลอีกด้วย

มาลองกันเลยดีกว่าครับ กับเครื่องยนต์เทอร์โบ ดีเซล เริ่มตั้งแต่สตาร์ตเลยดีกว่า เสียงเครื่องยนต์ไม่ดังเท่าไหร่ครับ ใครที่ยังคิดว่าเครื่องดีเซลต้องเสียงดัง คิดใหม่ ได้แล้ว ส่วนการออกตัวหนืดไปนิด ต้องเพิ่มน้ำหนักคันเร่งหน่อย ถึงจะออกตัวได้แบบเนียนๆ

แต่หากมีพื้นที่ว่างข้างหน้าให้สักนิด แค่กดคันเร่งลงไปอีกหน่อยละก็ หลังเป็นติดเบาะครับ ผมชอบจริงๆ กับนิสัยของเครื่องยนต์ดีเซลที่เร่งสนุกมาก โดยเฉพาะในช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำๆ เหยียบนิดเดียวพุ่งทุกครั้ง

อัตราเร่งทำได้ดี ถึงดีมากทีเดียวจริงๆ ความเร็วในระดับ 120 กม./ชม. หากยังต้องการเร่งแซงก็กดเลยครับ รถพุ่งออกไปเห็นๆ ซึ่งในเรื่องของเครื่องยนต์สอบผ่านสบายๆ ครับ ไม่มีข้อโต้แย้ง ซิ่งได้หายห่วง เร็วไม่เร็วไม่รู้ รู้แต่ว่าอัตราเร่ง 0-100   กม./ชม. แค่ 8.1 วินาทีเท่านั้น

ความเร็วสูงสุดตามสเปกบอกว่าอยู่ที่ 209 กม./ชม. ซึ่งผมทำไม่ถึงครับช่วงนี้ หน้าฝนเสียด้วย ความเร็วไหลๆ ไปที่ 150-170 กม./ชม.สบายๆ

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล มาตรวัดรอบเครื่องยนต์หลังพวงมาลัย

พวงมาลัยยังคงแม่นยำเหมือนเดิม แม้ว่าจะขับด้วยความเร็สูง พวงมาลัยยังนิ่ง|อยู่มาก สบายใจได้ แต่พวงมาลัยแม่นๆ แบบนี้สาวๆ ไม่ชอบแน่ๆ แต่ใครที่ชอบขับรถเร็ว อยากควบคุมรถได้อย่างใจนึก ปฏิเสธพวงมาลัยมินิไม่ได้แน่

ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ ระบบช่วงล่างของ มินิ คูเปอร์ เอสดี นอกจากจะหนึบไว้ใจได้แล้ว ยังมีความนุ่มนวลอยู่ไม่น้อยทีเดียว ไม่กระเด้งกระดอนเหมือนกับมินิรุ่นก่อนๆ แล้ว เรียกว่าสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้เหมือนกัน แต่ก็ต้องทนเมื่อย ทนหนักกับน้ำหนักของพวงมาลัยที่ยังคงความหนักไว้เหมือนเดิม

ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองที่ขับนั้นอยู่ที่ประมาณ 15-16 กม./ลิตรครับ แต่ตามสเปกระบุว่าทำได้สูงถึง 18.9 กม./ลิตร แต่ผมเองลองขับแบบประหยัดด้วยความเร็วประมาณ 60-70 กม./ชม. ปรากฏว่าอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 21 กม./ลิตรครับ แต่ทรมานมากกกกก กว่าจะขับถึงที่หมาย รถมันๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับการขับช้า

ทำให้รู้ว่าเจ้ามินิ คูเปอร์ เอสดี เหมาะจะตอบโจทย์คนรักความเร็วได้ไม่น้อย|ทีเดียว

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล มินิ คูเปอร์ ดี

ถัดมาแน่นอนครับ ผมต้องมาลอง เจ้ามินิ คูเปอร์ ธรรมดา ซึ่งใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร เลี้ยงม้าไว้ 112 ตัว ที่จะทำงานต่อเมื่อรอบเครื่องยนต์ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,750-2,250 รอบต่อนาที

ความสนุกในการขับ แน่นอนว่าไม่สามารถเทียบเคียงกับ มินิ คูเปอร์ เอสดีได้ครับ แต่มินิ คูเปอร์ ดี ก็มีดีในตัวไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะในเรื่องของความประหยัดนั้น อยู่ที่เกือบๆ 20 กม./ลิตร เลยทีเดียว

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรนี้ ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ที่เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปเลยครับ ขับในเมืองสบายๆ ออกต่างจังหวัดได้ อัตราเร่งถือว่าดีมากทีเดียว หากเป็นการใช้งานปกติ การเร่งแซงไม่น่าเป็นห่วง

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล

ช่วงล่างไม่กระด้างเท่ากับรุ่นมินิ คูเปอร์ เอสดี แต่ความหนึบพอๆ กัน พวงมาลัยหนักเหมือนเดิม ซึ่งจะขับสนุกเมื่อใช้ความเร็วสูง แต่หากเป็นความเร็วต่ำก็ต้องออกแรงมากหน่อย

ความเร็วสูงสุดตามสเปกบอกว่าทำได้สูงถึง 195 กม./ชม. ซึ่งผมเองไม่ต้องการพิสูจน์ครับ เพราะความเร็วที่ใช้อยู่แถวๆ 150-160 กม./ชม. ก็ถือว่ามากพอแล้ว

ลองเจ้ามินิ คูเปอร์ ดี เรียบร้อย ก็มาถึงคิวของ มินิ คูเปอร์ เอสดี คูเป้ ที่เป็นรถ 2 ที่นัง ซึ่งมินิ ประเทศไทย วาดหวังว่าจะทำยอดขายเป็นกอบเป็นกำจากเจ้าตัวนี้ไม่น้อย

ซึ่งมินิ คูเปอร์ คูเป้นั้น มีเครื่องยนต์ดีเซลเพียงตัวเดียว คือ เทอร์โบดีเซลครับ ไม่มีเครื่องดีเซลปกติให้เลือก เพราะทางมินิ ประเทศไทย มองว่าคนที่เลือก มินิ คูเป้ ต้องเป็นคนที่ชอบความเร็วและความเป็นสปอร์ตอยู่แล้ว ก็เลยมีแต่เครื่องเทอร์โบ|ให้มา ซึ่งก็ถูกต้องแล้วครับ ถ้าซื้อรถหน้าตาซิ่งซะขนาดนี้ ก็ต้องเอาเครื่องดุๆ ไปเลย

ความรู้สึกในการขับ มินิ คูเปอร์ เอสดี คูเป้นั้น ไม่ค่อยต่างจากที่ได้ขับ มินิ คูเปอร์ เอสดีครับ แต่จะได้ความเร้าใจจากเสียงเครื่องยนต์ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าทำไมเสียงเครื่องยนต์ของ มินิ คูเปอร์ เอสดี คูเป้นั้น คำรามเพราะกว่า มินิ คูเปอร์ เอสดี ทั้งๆ ที่เครื่องยนต์เป็นตัวเดียวกัน
เรื่องของพละกำลังของเครื่องยนต์เหลือเฟือครับ ขับสนุกจริงๆ กับรถตัวเล็กๆ แต่แรงบิดมหาศาล แรงม้าเพียบอย่างนี้ |ถึงไหนถึงกันครับ จะเร่งแซง จะเข้าโค้ง ทำได้ดีไม่มีที่ติ พวงมาลัยคมมากครับ เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ

ช่วงล่างนุ่มนวลพอควร ถ้าเทียบกับความเป็นมินิ ขับใช้งานได้สบาย มีสะเทือนบ้าง แต่ก็น่าจะพอรับไหว

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน

อะอ่ะ คราวนี้มาถึงพี่ใหญ่ 4 ประตูอย่าง คันทรีแมน กันบ้าง ซึ่งก็มีทั้ง มินิ |คูเปอร์ ดี คันทรีแมน กับ มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน ความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่นนี้ก็คือ เครื่องยนต์และระบบ|ขับเคลื่อนครับ ถ้าเป็น คูเปอร์ ดี คันทรีแมน ก็เครื่องดีเซลธรรมดา ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า แต่หากเป็น เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน ก็เครื่องเทอร์โบดีเซล ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบตลอดเวลา

ภายในของคันทรีแมนทั้ง 2 รุ่น คล้ายๆ กันครับ แต่ที่เด่นคือความกว้างขวางของห้องโดยสาร ที่นั่งสบายเหลือเกิน เป็นมินิที่เหมาะกับครอบครัวอย่างมาก ซึ่งผมชอบแฮะ นั่งสบายดี

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล

การตอบสนองของเครื่องยนต์ แน่นอนว่ารุ่นเอสดี ออลโฟร์ ทำได้ดีพอตัว จะอืดกว่ารุ่นคูเปอร์ เอสดี อยู่พอสมควร แต่ก็อยู่ในระดับเหลือกินเหลือใช้ครับ รถครอบครัวขับพุ่งขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าคนนั่งข้างๆ ดึงหูยานหรือเปล่า

ช่วงล่างนุ่มนวลครับ นุ่มนวลกว่า คูเปอร์ เอสดี และคูเปอร์ ดี ด้วยซ้ำ เป็นความนุ่มนวลที่ลงตัวกับการใช้งานสำหรับครอบครัว และการใช้งานในเมือง

ลองขับ มินิ เครื่องยนต์ ดีเซล

ส่วนเจ้าคูเปอร์ ดี คันทรีแมนนั้น ถึงไม่จะแรงไม่เท่ารุ่นเอสดี แต่ก็แรงพอที่จะเร่งแซงใครก็ได้บนท้องถนนแล้วครับ
หากถามว่าจะเลือกใครกับเจ้ามินิ ดีเซล ทั้ง 5 รุ่นนี้ ก็ต้องบอกว่าถ้าเป็นคูเปอร์ละก็ เลือกรุ่นเอสดีครับ เพราะขับมันสะใจ แต่หากเป็นคันทรีแมน เลือกตัวเครื่องธรรมดาครับ เพราะรถครอบครัวไม่ต้องเน้นซิ่ง|เท่าไหร่ ม้าร้อยกว่าตัวก็พอแล้ว

สำหรับสนนราคาของทั้ง 5 ตัวนี้ ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ คูเปอร์ ดี ราคา 2.49 ล้านบาท คูเปอร์ เอสดี 3.14 ล้านบาท คูเปอร์ เอสดี คูเป้ 3.19 ล้านบาท คูเปอร์ ดี คันทรีแมน 2.84 ล้านบาท และคูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน ราคา 3.29 ล้านบาท
ราคานี้กับรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้ เครื่องยนต์เทพๆ แบบนี้

ใครกระเป๋าหนักๆ ซื้อเถอะครับ แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง!!


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท