posttoday
เพิ่มพลังธุรกิจไทยด้วยไอที : กรณีศึกษาโปรซอฟท์ คอมเทค (ตอน 1)

เพิ่มพลังธุรกิจไทยด้วยไอที : กรณีศึกษาโปรซอฟท์ คอมเทค (ตอน 1)

06 กันยายน 2555

วันนี้ผมจะพาทุกท่านเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องราวการพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์ในประเทศไทย เพื่อแบ่งปันให้กับท่านผู้สนใจรวมถึงผู้ที่กำลังตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการใหม่

โดย..นคร สังขรัตน์

วันนี้ผมจะพาทุกท่านเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องราวการพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์ในประเทศไทย เพื่อแบ่งปันให้กับท่านผู้สนใจรวมถึงผู้ที่กำลังตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการใหม่ เพื่อให้เห็นตัวอย่างการสร้างธุรกิจและปรัชญาการเริ่มต้นธุรกิจ ที่อาจจะเรียกได้ว่ามาจากความคิดที่เรียบง่ายที่ว่า “ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น” นั้นเป็นอย่างไร โดยอยากจะเริ่มต้นจากกรณีศึกษาใกล้ตัว นั่นคือ บริษัท โปรซอฟท์ คอมเทค ซึ่งมุ่งมั่นและทุ่มเทพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจไทยมากว่า 17 ปี ซึ่งควรที่จะได้รับการถ่ายทอดสู่ผู้ประกอบการไทยให้เป็นแง่คิดและเรื่องราวที่อาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการที่มีความกล้า คิดดี และทำดี

จากเด็กบ้านนอกที่หัวใจไม่ยอมแพ้...คุณวิโรจน์ เย็นสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โปรซอฟท์ คอมเทค เติบโตมาจากเด็กบ้านนอกที่ยากจน เป็นลูกชาวนา บ้านเกิดอยู่ที่บ้านห้วยค้อ ต.โนนพะยอม อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ด้วยความที่ท่านได้สัมผัสความยากจนตั้งแต่เกิด ทำให้คิดอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งต้องมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ให้ได้ ซึ่งได้จดจำคำที่พ่อและแม่ได้สอนอยู่เสมอว่า “พ่อและแม่ไม่มีทรัพย์สินเงินทองอะไรจะให้ได้ นอกจากการศึกษา เพราะฉะนั้นถ้าอยากมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าก็ขอให้ตั้งใจเรียนนะลูก” คำสอนนี้ได้ทำให้คุณวิโรจน์จดจำมาจนทุกวันนี้ แต่ถึงอย่างไรท่านก็ไม่ประสบความสำเร็จในการสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยตามที่ต้องการ ทำให้ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อเรียนต่อที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาบัญชี มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามคำแนะนำของพี่สาว เพราะได้รับคำบอกเล่าว่า เรียนสาขาบัญชีเมื่อจบมาแล้วจะหางานง่าย ไม่ต้องตกงาน

เริ่มทำงานบัญชีขณะที่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยรามคำแหง...ตอนที่เรียนบัญชี คุณวิโรจน์เองยังไม่ทราบว่าตนเองชอบอะไร อยากจะทำงานอะไร เพราะสมัยนั้นไม่มีข้อมูลข่าวสารที่สืบค้นอะไรก็ได้เหมือนอย่างสมัยนี้ ไม่มีอินเทอร์เน็ตเหมือนทุกวันนี้ จึงไม่ทราบความก้าวหน้าในสายงานที่ตนเองเรียนว่าเป็นอย่างไรบ้าง จำได้เพียงว่าตอนที่เรียนวิชาการวางระบบบัญชี ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง แล้วได้ถามพนักงานว่า ถ้าจบแล้วมีโอกาสที่จะได้ทำงานที่นี่ไหม คำตอบที่ได้รับ คือ “ที่นี่รับเฉพาะบัณฑิตที่ได้เกรดเฉลี่ย 3.3 ขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่รับที่จบจากมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของประเทศเท่านั้น” คำพูดดังกล่าว ได้ทำให้คุณวิโรจน์เข้าใจถึงความจริงของชีวิตข้อหนึ่งว่าเด็กบ้านนอกที่ยากจนส่วนใหญ่ขาดโอกาสเกือบทุกๆ ด้าน ขาดแม้กระทั่งการได้รับคำแนะนำดีๆ ตอนที่เป็นเด็ก ดังนั้นด้วยความยากจนทำให้ท่านต้องมุมานะทำงานหาเงินเรียนเพื่อช่วยเหลือทางบ้านในขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 4

เริ่มต้นที่สำนักงานบัญชีและอยู่ในอาชีพของนักบัญชีเกือบสิบปี...คุณวิโรจน์ได้มีโอกาสฝึกงานและได้ทำงานที่สำนักงานสหบัญชีกิจและกฎหมายย่านพระโขนง อยู่ประมาณ 2 ปี ทำให้เข้าใจการทำงานของสำนักงานบัญชีเป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าการทำบัญชีจริงๆ เขาทำงานกันอย่างไร เพราะการทำงานที่สำนักงานบัญชีก็เพียงเอาเอกสารมาบันทึกบัญชีเพื่อปิดงบการเงินเท่านั้น ทำให้ท่านตัดสินใจออกหาประสบการณ์ในการวางระบบบัญชี การทำงานทางด้านบัญชี การเป็นที่ปรึกษาทางบัญชี และเปิดธุรกิจสำนักงานบัญชีในนามบริษัทสำนักงานเอกกิจการบัญชี จนอายุ 29 ปี จึงได้ตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตพาตัวเองเข้าสู่ธุรกิจซอฟต์แวร์ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2538 หรือเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ซึ่งได้จัดตั้งบริษัท โปรซอฟท์ คอมเทค อย่างเป็นทางการ

สักวันหนึ่งจะนำซอฟต์แวร์ที่ดีสู่สำนักงานบัญชี...จากปณิธานอันแน่วแน่บวกกับประสบการณ์ที่เคยทำบัญชีด้วยมือต้องลงสมุดบัญชีด้วยมือ ไม่เคยมีคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้มีโอกาสเห็นการทำบัญชีด้วยซอฟต์แวร์ ทำให้คุณวิโรจน์รู้สึกทึ่งและตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก เพราะตระหนักว่าทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของคนทำบัญชีได้อย่างมาก ทำให้เป็นเหตุผลหนึ่งที่เลิกอาชีพการทำบัญชีเพื่อเข้าสู่อาชีพการพัฒนาซอฟต์แวร์ทางด้านบัญชีอย่างเต็มตัว พร้อมคิดไว้ว่าสักวันคงได้เห็นสำนักงานบัญชีทั่วประเทศ ได้ใช้ซอฟต์แวร์ของโปรซอฟท์อย่างแน่นอน

ด้วย “แนวคิดดี” ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับสำนักงานบัญชีเป็นอันดับแรก ได้ผลักดันให้คุณวิโรจน์ได้ “ทำดี” ด้วยการสร้างซอฟต์แวร์โปรแกรมบริหารงานบัญชีที่ชื่อ “Prosoft WINSpeed” โดยการตั้งชื่อแฝงนัยปรัชญาการสร้างชัยชนะ (WIN) ให้กับธุรกิจด้วยความเร็ว (Speed) จากการใช้ซอฟต์แวร์นั่นเอง ซึ่งต่อมาด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และพยายามอย่างไม่ย่อท้อเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจไทย ทำให้คุณวิโรจน์และทีมงานโปรซอฟท์ คอมเทค สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการบริหารธุรกิจออกมาอีกหลายต่อหลายผลิตภัณฑ์ อาทิ โปรแกรมบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ (Prosoft HRMI) โปรแกรมบริหารงานขายและลูกค้าสัมพันธ์ (Prosoft CRM) โปรแกรมบริหารงานงานการขนส่ง (Prosoft GPS) โปรแกรมบริหารงานขายหน้าร้าน (Prosoft POS) เป็นต้น (โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปได้ในวันพฤหัสบดีหน้าครับ)

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท