
กลาง ก.ย.พุ่งสูงสุด
ทิศทางตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมา ตลาดปรับตัวลงแรงก่อนดีดตัวขึ้น โดยปัจจัยที่ค้ำตลาดอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)
โดย...พงศ์ภัทร สิริพิพัมน์
ทิศทางตลาดหุ้นไทยที่ผ่านมา ตลาดปรับตัวลงแรงก่อนดีดตัวขึ้น โดยปัจจัยที่ค้ำตลาดอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้การอ่อนตัวลงของตลาดหุ้นในต้นเดือนยังจำกัด โดยตลาดคาดการณ์ว่าอีซีบีจะลดดอกเบี้ยรวมถึงออกมาตรการซื้อพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 3 ปี ในการประชุมวันที่ 6 ก.ย. เป็นปัจจัยที่หนุนให้การลงของตลาดยังจำกัด อย่างไรก็ตาม ตลาดเคยผิดหวังกับผลการประชุมครั้งก่อนไประดับหนึ่งแล้ว ส่งผลให้ระดับความมั่นใจต่อผลการประชุมครั้งนี้ไม่มากเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน โดยการปรับตัวขึ้นของตลาดยังไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสลับซื้อออกมาตลอดสัปดาห์
ทิศทางตลาดในระยะสั้น ประเมินว่าตลาดมีโอกาสดีดกลับจากข่าวบวกเรื่องการซื้อพันธบัตรของอีซีบี แต่จะเป็นจุดสูงสุดของรอบในช่วงกลางเดือน เนื่องจากหมดการประชุมใหญ่ทั้งจากทางด้านเฟดและอีซีบี นอกจากนี้ยังประเมินว่าการประชุมเฟดในวันที่ 12-13 ก.ย.นี้ คาดว่าเฟดจะยังไม่ออกมาตรการทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่สาม (QE 3) เนื่องจากตัวเลขภาคแรงงานที่ผ่านมายังดี ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการอย่างรวดเร็ว โดยการแถลงของประธานเฟดในการประชุมที่ Jackson Hole แม้ว่าจะประเมินว่าการชะงักงันของตลาดแรงงาน จะเป็นความเสี่ยงใหญ่ของเศรษฐกิจและต้นทุนของการออกมาตรการทำ QE 3 เป็นสิ่งที่จัดการได้ ทำให้ตลาดตีความว่าเฟดจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
แต่หากดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นมากในเดือน ก.ค. ที่ 1.67 แสนตำแหน่ง เป็นการเพิ่มขึ้นสูงกว่า 1 แส ตำแหน่ง ในรอบ 3 เดือน และการคาดการณ์ตัวเลขในเดือน ส.ค. ที่จะออกในคืนวันศุกร์นี้ ก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 1 แสนตำแหน่ง โดยตลาดคาดการณ์ว่าจะออกมาเพิ่ม 1.25-1.3 แสนตำแหน่ง ทำให้โดยรวมประเมินว่ายังไม่เห็นความจำเป็นในการทำ QE 3 ในครั้งนี้ ความเป็นไปได้สูงสุดจะอยู่ที่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป
สำหรับประเด็นเรื่องผลการประชุมอีซีบี ประเมินว่าในกรณีที่ดีที่สุดจะมีการลดดอกเบี้ยและการซื้อพันธบัตรระยะสั้นไม่เกิน 3 ปี เนื่องจากการซื้อพันธบัตรที่มีอายุเกิน 3 ปี จะมีความเสี่ยงในการผิดกฎระเบียบของทางยุโรป ซึ่งการเก็งกำไรเรื่องการออกมาตรการซื้อพันธบัตรของอีซีบี ได้เคยสร้างความผิดหวังให้ตลาดมากในการประชุมครั้งที่แล้ว เนื่องจากไม่มีทั้งการลดดอกเบี้ย รวมถึงแผนการซื้อพันธบัตรอย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าก่อนหน้านี้ประธานอีซีบีจะออกมายืนยันว่า พร้อมที่จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อรักษาเงินสกุลยูโร และมั่นใจว่ามาตรการที่ออกมานั้นจะเพียงพอ โดยรวมทำให้นักลงทุนคาดว่าการประชุมครั้งนี้จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างน้อยที่สุดคือลดดอกเบี้ย
หากตลาดยังไม่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนรู้ผลการประชุมอีซีบี แรงขายเพื่อรับข่าวอีซีบีจะมีไม่มากนัก เนื่องจากยังมีปัจจัยเรื่องการประชุมเฟดรออยู่ ต้นสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีนักเก็งกำไรที่รับความเสี่ยงได้ซื้อเพื่อเก็งกำไรก่อนรู้ผลการประชุม อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากรู้ผลการประชุมเฟดแล้ว ว่าเฟดไม่ได้ออกมาตรการอะไร เพียงแต่พร้อมดำเนินการออกมาตรการหากมีความจำเป็นเหมือนทุกครั้ง (ซึ่งอาจจะส่งสัญญาณในการออกมาตรการในการประชุมครั้งหน้า) ตลาดหุ้นมีโอกาสปรับตัวลงแรงได้
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้รอขายช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นตามข่าวดีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาจากทางฝั่งของอีซีบี เฟด และเรื่องศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนี เนื่องจากเราเชื่อว่าหลังหมดการประชุมครั้งสำคัญแล้วตลาดจะหมดปัจจัยสนับสนุน และมีโอกาสกลับมาปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยแนวต้านทางเทคนิคในสัปดาห์นี้อยู่ที่บริเวณ 1,240-1,250 จุด







