posttoday
ส่งออกปีนี้มีแววโตแค่5%

ส่งออกปีนี้มีแววโตแค่5%

06 กันยายน 2555

โฆสิตยันปีหน้าศก.โตได้4-5% ขับเคลื่อนโดยนโยบายรัฐบาล

โฆสิตยันปีหน้าศก.โตได้4-5% ขับเคลื่อนโดยนโยบายรัฐบาล

ส่งออกไทยอาการหนักส่อแววโต 5-7% โฆสิตเชื่อปีหน้าสาหัส

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานตัวเลขการส่งออกให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน รับทราบว่า การส่งออกของไทยในปีนี้มีโอกาสเติบโตได้ 5% 7% และ 9% โดยหากทุกหน่วยงานผลักดันมาตรการภาษีที่กระทรวงการคลังได้อนุมัติไปหลายมาตรการ จะทำให้การส่งออกฟื้นตัวได้พอสมควร

นายยรรยง ระบุว่า หากจะทำให้การส่งออกปีนี้เติบโตได้ 7% หมายถึงว่าการส่งออกในช่วง 5 เดือนสุดท้ายจะต้องทำยอดการส่งออกให้ได้เดือนละ 21,270 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่หากต้องการให้การส่งออกเติบโตได้ 9% การส่งออกใน 5 เดือนสุดท้ายของปีจะต้องส่งออกให้ได้มูลค่าเดือนละ 22,161 ล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป

นายยรรยง กล่าวว่า ในที่ประชุมรัฐมนตรีหลายคนให้ข้อเสนอแนะว่าหากจะทำให้ตัวเลขส่งออกเพิ่มขึ้นควรผลักดันการส่งออกรถยนต์ที่ยังขยายตัวได้ดีเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่การผลิตรถยนต์เพื่อใช้ในประเทศและเพื่อส่งออกรถยนต์มีสัดส่วน 50:50

ขณะที่ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม ไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มตัวเลขส่งออกรถยนต์ แต่ลดการขายในประเทศ เพราะวันนี้มีผู้สั่งจองรถยนต์จากนโยบายรถคันแรกเป็นจำนวนมาก จะให้คนเหล่านี้ต้องคอยรถไปอีกนานเท่าไหร่ ส่วนการเพิ่มกำลังการผลิตก็ต้องใช้เวลา

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปีหน้ามีโอกาสจะเติบโตได้ที่ระดับ 4-5% แต่ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนสำคัญจากนโยบายภาครัฐ เนื่องจากวิกฤตการเงินโลกที่ยังรุนแรงจะทำให้ไทยพึ่งพาภาคการส่งออกได้ลดลงแน่นอน อย่างไรก็ตามการใช้นโยบายการคลังหรือการสร้างหนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็มีข้อจำกัดและสามารถใช้ได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น

“การดำเนินนโยบายต่างควรเป็นไปอย่างระมัดระวังและไม่ประมาท หากเราเจริญเติบโตมาจากหนี้ ผลในท้ายที่สุดก็จะเหมือนกับที่เห็นในยุโรป” นายโฆสิต กล่าว

นายโฆสิต กล่าวว่า การเติบโตที่ถูกต้องรัฐบาลควรขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยกำลังของตัวเอง เช่น การเพิ่มภาษีและการจัดทำงบ ประมาณที่ถูกต้อง แต่หากจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยหนี้ต้องมั่นใจว่าเป็นหนี้ที่งอกงามได้ หากหนี้ที่เพิ่มขึ้นสามารถสร้างผลดีในระยะยาวได้ก็ไม่ถือเป็นเรื่องเสียหาย แม้สัดส่วนหนี้ที่เพิ่มขึ้นจะสูงถึง 50-60% ก็ตาม

นายโฆสิต กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวขณะนี้ ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีจะต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ด้วยการหันมามองโอกาสจากตลาดในเอเชียและอาเซียน ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่ทศวรรษแห่งเอเชียและการเข้าสู่เออีซี โดยไทยมีจุดแข็งในอุตสาห กรรมอาหาร เกษตร ท่องเที่ยว ชิ้นส่วนยานยนต์ และสิ่งทอ

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ