posttoday
กนง.เสียงแตก'คงดอกเบี้ย3%'

กนง.เสียงแตก'คงดอกเบี้ย3%'

06 กันยายน 2555

ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลขานุการ กนง. ชี้แจงว่า

ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลขานุการ กนง. ชี้แจงว่า

ที่ประชุม กนง.เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3% โดยที่ประชุมมีความเห็นว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกมากขึ้น เห็นได้จากการส่งออกชะลอลงและอาจจะโตไม่ได้ตามเป้าหมายที่เคยคาดไว้ที่ 7% แต่ยังเห็นว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังขยายตัวอยู่ในระดับสูง การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวได้

ขณะนี้ดอกเบี้ยก็อยู่ในระดับผ่อนปรนเพียงพอที่จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจในประเทศขยายตัวได้ โดยสินเชื่อรวมก็ขยายตัวสูง สินเชื่อครัวเรือน สินเชื่อธุรกิจก็โตสูง

ที่สำคัญ สินเชื่อครัวเรือนในบางภาคเศรษฐกิจขยายตัวสูงในระดับควรเฝ้าติดตาม อย่างสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวสูงถึง 31% สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (ลีสซิง) รวมถึงสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง ก็ขยายตัวสูงกว่าสินเชื่อทั่วๆ ไป จึงเห็นควรให้ติดตามดูอย่างใกล้ชิด

กนง.เสียงแตก'คงดอกเบี้ย3%'

 

ดังนั้น แม้เศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลงจะกระทบต่อการส่งออก แต่เศรษฐกิจไทยยังไปได้ กนง.ส่วนใหญ่จึงมองว่า อุปสงค์ในประเทศน่าจะช่วยการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ให้เติบโตได้ดีตามศักยภาพได้ต่อเนื่องอยู่แล้ว และน่าจะรองรับการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก ที่จะกระทบต่อการส่งออกและอุปสงค์ในประเทศในระยะต่อไปได้

กระนั้นก็ตาม กนง.เห็นควรให้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ในประเทศอย่างใกล้ชิดก่อน ถ้าเศรษฐกิจโลกกระทบมากขึ้น นโยบายการเงินก็พร้อมสนับสนุนเพิ่มเติมในภาวะจำเป็น เพราะความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อไม่เป็นประเด็นกดดัน

ภาวะเศรษฐกิจขณะไม่แตกต่างจากการประเมินในการประชุม กนง.ครั้งที่แล้ว เศรษฐกิจไตรมาส 2 ยังขยายตัวได้ดี แรงกดดันด้านเงินเฟ้อก็อ่อนลง แต่ที่ กนง.ยังไม่ตัดสินใจลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเศรษฐกิจที่ชะลอจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลก เพราะเศรษฐกิจภายในยังไปได้และโตในระดับที่ใกล้เคียงกับศักยภาพ

อุปสงค์ภาคเอกชนยังขยายตัวได้ การลงทุนของภาคธุรกิจยังดี การกระตุ้นทางการคลังก็ยังมี แม้ว่าการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนจะล่าช้าและน้อยกว่าที่คาดไว้บ้างก็ตาม แต่นโยบายการเงินหรือระดับดอกเบี้ยยังเหมาะสมกับระดับการขยายตัวของเศรษฐกิจ

“ตอนนี้สินเชื่อขยายตัวสูงมาก คิดว่าการใช้นโยบายการเงินไปกระตุ้นอีก ก็คงไม่สามารถไปชดเชยการส่งออกที่ชะลอลงได้ การใช้ดอกเบี้ยกระตุ้นสินเชื่ออีก จากที่สูงอยู่แล้ว อาจจะไม่ได้ผลในแง่บวก อาจจะเป็นความเสี่ยง แต่ถ้ารอจังหวะเวลาที่จำเป็น หากเห็นว่าเศรษฐกิจโลกกระทบมาก ต้องใช้นโยบายการเงินสนับสนุนเพิ่มเติมในภาวะที่จำเป็นในอนาคตก็พร้อมอยู่แล้ว การจะปรับลดดอกเบี้ยตอนนี้ ในภาวะที่สถาบันการเงินแข่งขันการระดมเงินฝากเข้มข้นอยู่แล้วและสินเชื่อก็โตมาก การส่งผ่านนโยบายการเงินให้ธนาคารปรับลดดอกเบี้ยตามอาจจะไม่ได้ผล และการที่อุปสงค์ขยายตัวอยู่แล้ว การไปกระตุ้นอีก คงทำได้ไม่มากเท่าไหร่” ไพบูลย์ ชี้แจง

สำหรับกรรมการ กนง.อีก 2 เสียง ที่เห็นว่าควรปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% นั้น ไพบูลย์ชี้แจงว่า จริงๆ ก็เห็นตรงกันกับเสียงส่วนใหญ่ว่าเศรษฐกิจยังไปได้ เพียงแต่แตกต่างกันในเรื่องประสิทธิภาพการใช้นโยบายดอกเบี้ย ที่มองจังหวะเวลาต่างกัน 2 เสียงที่เห็นว่า ควรให้ลดดอกเบี้ย เพราะมองเรื่องน้ำหนักเศรษฐกิจโลกที่จะมากระทบเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงอยากจะกระตุ้นอุปสงค์ภายในเพิ่ม เพื่อชดเชยการส่งออกที่จะชะลอลง

ทั้งนี้ กนง. 7 คน เข้าประชุมเพียง 5 คน คือ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. สุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ด้านบริหาร อําพน กิตติอําพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และ ณรงค์ชัย อัครเศรณี ส่วน อัศวิน คงสิริ และศิริ การเจริญดี ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ติดภารกิจต่างประเทศ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท