
ไทยสแตนเลย์ทุ่ม2พันล้านเพิ่มผลิต
ไทยสแตนเลย์ ทุ่มงบ 2,000 ล้าน เพิ่มเครื่องจักรรับรถอีโคคาร์ คาดยอดขายปีนี้ทะลุหมื่นล้านบาท อนาคตเล็งลงทุนเพิ่มพร้อมสยายปีกสู่เออีซี
ไทยสแตนเลย์ ทุ่มงบ 2,000 ล้าน เพิ่มเครื่องจักรรับรถอีโคคาร์ คาดยอดขายปีนี้ทะลุหมื่นล้านบาท อนาคตเล็งลงทุนเพิ่มพร้อมสยายปีกสู่เออีซี
นายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล กรรมการบริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า ผู้ผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างยานยนต์อย่างครบวงจรแบรนด์สแตนเลย์ และเรย์บริค เปิดเผยว่า ภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะลงทุนโรงงานเพิ่มอีก 2,000 ล้านบาท หลังจากที่ผ่านมาได้ลงทุนต่อเนื่องแล้วรวม 2,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มเครื่องจักรในการผลิตรองรับรถยนต์อีโคคาร์โดยเฉพาะ เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก
ทั้งนี้ ได้เพิ่มพื้นที่โรงงานจากเดิม 100 ไร่ เป็น 200 ไร่ คาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 25% รวมทั้งคาดว่าในปี 2555 บริษัทจะมียอดจำหน่ายสูงเกินระดับ 1-1.2 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 35–40% เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่ผ่านมา ที่มียอดจำหน่าย 7,000 ล้านบาท
“จากเดิมคาดการณ์ปริมาณผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 2 ล้านคัน แต่ปัจจุบันเกินระดับ 2.2 ล้านคันไปแล้ว ซึ่งเมื่อเทียบกับในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยถือได้ว่ายังมีอัตราเติบโตที่ดีประเทศเดียว เมื่อเทียบกับเวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น” นายอภิชาต กล่าว
ขณะเดียวกัน โรงงานผลิตในประเทศไทยของบริษัทถือได้ว่าเป็นโรงงานที่ทันสมัยที่สุดในโลกในด้านเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และเป็นโรงงานปลอดฝุ่นและมลพิษ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงที่สุด และในช่วง 2-3 ปีจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะขยายหรือลงทุนเพิ่มขึ้นอีก
ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตในประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ซึ่งมองว่าหลังจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ตลาดสินค้าอะไหล่ทดแทน (อาร์อีเอ็ม) ในผลิตภัณฑ์หลอดไฟที่ส่งออกจากไทยจะมีความต้องการซื้ออย่างมาก ซึ่งบริษัทพร้อมรองรับอยู่แล้ว โดยไทยจะเป็นฐานการผลิตหลอดไฟเพื่อส่งออกอาเซียนแน่นอน
สำหรับแผนการป้องกันน้ำท่วมรอบบริเวณโรงงานบริษัทได้มีการลงทุนมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทในการเตรียมความพร้อมรับมือ โดยเพิ่มความสูงของกำแพงเพื่อป้องกันน้ำขึ้นเป็น 1 เมตร จากเดิมมีความสูง 80 เซนติเมตร ซึ่งถือได้ว่าวันนี้บริษัทมีความพร้อมการรับมือและแผนสำรองหากเกิดกรณีฉุกเฉินแล้ว 100%







