
มั่นคงฯบุกทาวน์เฮาส์กลางเมือง
มั่นคงเคหะการ รุกตลาดทาวน์โฮมในเมือง รับพฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยน หนีบ้านชานเมือง ชี้ต้นทุนบ้านขึ้น 7-8%
มั่นคงเคหะการ รุกตลาดทาวน์โฮมในเมือง รับพฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยน หนีบ้านชานเมือง ชี้ต้นทุนบ้านขึ้น 7-8%
น.ส.ชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ความต้องการซื้อของผู้บริโภคต้องการซื้อทาวน์โฮมในเมืองมากขึ้น เนื่องจากหากต้องการซื้อบ้านเดี่ยวระดับราคา 4-5 ล้านบาท ต้องเลือกซื้อในแถบชานเมือง ซึ่งอาจจะเสี่ยงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม
“ในช่วงนี้จะเห็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่พัฒนาโครงการทาวน์โฮมในเมืองมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่พัฒนามาเพื่อทดแทนตลาดบ้านเดี่ยวชานเมืองที่อยู่ไกลออกไป ขณะที่สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบนั้นถือว่าค่อนข้างเงียบ เนื่องจากต้องรอให้ผ่านช่วงฤดูฝนไปก่อน เชื่อว่าจะกลับมาคึกคักในช่วงไตรมาส 4 หากไม่ประสบกับปัญหาน้ำท่วม” น.ส.ชุติมา กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากปัญหาค่าจ้างแรงงานที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นกระทบกับต้นทุนก่อสร้างเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 7-8% ทำให้ต้องปรับราคาบ้านขึ้นตามทุนที่เพิ่มขึ้น สำหรับแผนการดำเนินงานในปีหน้าบริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่ 5 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 3 โครงการ แนวสูง 2 โครงการ
ทั้งนี้ บริษัทได้ซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อพัฒนาโครงการได้แล้ว 3 แปลง ใช้งบในการซื้อที่ดินแล้ว 500 ล้านบาท จากงบซื้อที่ดินที่ตั้งไว้ 1,000 ล้านบาท ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างขายมีด้วยกัน 15 โครงการ จำนวน 4,000 ล้านบาท และมีแบ็กล็อก หรือยอดรอโอน 1,600 ล้านบาทปัจจุบันบริษัทฯมียอดขาย 1,400 ล้านบาท คาดว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะมียอดขายอีก 1,000 ล้านบาท โดยคาดว่ายอดขายทั้งปีจะอยู่ที่ 2,800 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากเป้าที่ตั้งไว้เดิม 3,000 ล้านบาท สำหรับในปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายโต ไม่ต่ำกว่า 15% ตั้งเป้ายอดขาดยไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ส่วนเป้ารับรู้รายได้อยู่ที่ 3,500 ล้านบาท







