
คาดดอกเบี้ยต่ำยาว
‘กสิกร-กรุงไทย’เดินหน้าลุยตปท. ออกกองตราสารหนี้ได้3.23.4%
‘กสิกร-กรุงไทย’เดินหน้าลุยตปท. ออกกองตราสารหนี้ได้3.23.4%
บลจ.มองดอกเบี้ยในประเทศต่ำยาวถึงกลางปีหน้า ชวนหนีลงทุนตราสารหนี้และเงินฝากต่างประเทศ “กสิกรไทย” 1 ปี ได้ 3.4% “กรุงไทย” 6 เดือน จ่าย 3.2% ต่อปี
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่าแนวโน้มดอกเบี้ยในประเทศจะยังคงทรงตัวจนถึงกลางปี 2556 หรือปรับตัวลงเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปและการฟื้นตัวของสหรัฐที่ยังไม่ชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลไทยมีทิศทางปรับตัวลดลงตั้งแต่ไตรมาส 2 หลังนักลงทุนเริ่มคาดการณ์ถึงผลกระทบทางลบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และทยอยเข้าลงทุนในตลาดตราสารหนี้เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายนาวิน กล่าวว่า ยังคงต้องติดตามความชัดเจนจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และธนาคารกลางสหรัฐ ในระหว่างวันที่ 12-13 ก.ย.นี้
“การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก แต่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจ” นายนาวิน กล่าว
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 4-10 ก.ย. บลจ.กสิกรไทย เปิดขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี เอพี โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้บราซิล และเงินฝากอินโดนีเซียและมาเก๊า คาดว่าจะได้ผลตอบแทนประมาณ 3.4% ต่อปี
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า มูลค่าการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างน้อย ยกเว้นตราสารระยะสั้นรุ่นอายุไม่เกิน 1 ปี โดยผลตอบแทนปรับลดลง แต่ตราสารระยะกลางถึงยาวปรับขึ้น หลังจากตลาดตีความว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะคงระดับที่ 3% ไปถึงสิ้นปี ขณะที่นักลงทุนเริ่มลดความคาดหวังต่อมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 3 (คิวอี 3) ขณะที่สัปดาห์นี้ตลาดให้ความสำคัญกับผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของยุโรป
พร้อมกันนี้ บลจ.กรุงไทย เปิดขายกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์ บี 42 ระหว่างวันที่ 4-11 ก.ย. อายุ 6 เดือน เน้นลงทุนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย เงินฝากกาตาร์ มาเก๊า และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คาดว่าจะให้ผลตอบแทนประมาณ 3.2% ต่อปี







