posttoday
ไทยพาณิชย์ยันหุ้นน่าสน

ไทยพาณิชย์ยันหุ้นน่าสน

04 กันยายน 2555

บิ๊กเครือไทยพาณิชย์ ช่วยจัดพอร์ตลงทุนให้เงินพันธบัตรออมทรัพย์ “สุกิจ” แนะหุ้นยังน่าสนใจ เน้นอสังหาริมทรัพย์ เป้าดัชนีปีหน้า 1,430

บิ๊กเครือไทยพาณิชย์ ช่วยจัดพอร์ตลงทุนให้เงินพันธบัตรออมทรัพย์ “สุกิจ” แนะหุ้นยังน่าสนใจ เน้นอสังหาริมทรัพย์ เป้าดัชนีปีหน้า 1,430

ไทยพาณิชย์ยันหุ้นน่าสน

นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ “พันธบัตรครบอายุ ลงทุนอะไรดี” ว่า การที่พันธบัตรช่วยชาติมูลค่า 2 แสนล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลได้ออกพันธบัตรออมทรัพย์ชุดใหม่มารองรับเพียงแค่ 8 หมื่นล้านบาท ทำให้มีสภาพคล่องส่วนเกินที่ต้องหาแหล่งลงทุนจำนวน 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะไหลเข้าไปในตลาดตราสารหนี้และอาจมีบางส่วนที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้น

สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เชื่อว่าการลงทุนในหุ้นยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะหากพิจารณาจากสถิติย้อนหลัง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงถึง 20% ต่อปี

ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพิงการบริโภคในประเทศ เช่น กลุ่มโรงพยาบาล ค้าปลีก อาหาร ให้ผลตอบแทนสูงเกิน 1,000% ส่วนกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีให้ผลตอบแทนประมาณ 438-453% ดังนั้นการลงทุนในหุ้นนอกจากคำนึงถึงความเสี่ยงแล้วยังต้องเลือกลงทุนให้ถูกกลุ่มอุตสาหกรรมด้วยจึงจะได้กำไรสูงสุด
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการลงทุนในหุ้นปัจจุบันควรเป็นการลงทุนระยะสั้นถึงช่วงสิ้นปีนี้ เพราะราคาขึ้นอีกไม่มากนัก ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้เป้าหมาย 1,300 จุดแล้ว จึงต้องเน้นลงทุนในหุ้นปันผลสูงที่ให้อัตราตอบแทนไม่ต่ำกว่า 5% และเลือกตัวที่ราคายังขึ้นไม่มาก เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ขณะที่ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยปี 2556 ดัชนีหุ้นมีเป้าหมายเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1,430 จุด คาดระดับพี/อี 13 เท่า โดยคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไม่รวมกลุ่มพลังงานจะโต 25% แต่หากรวมกลุ่มพลังงานจะโตประมาณ 20% แต่ต้องรอประเมินสถานการณ์ยุโรปและการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอีกครั้ง

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีกำไรโตสูงสุดในปี 2556 คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยมีกำไรโต 84% รองลงมาคือ ยานยนต์ 60% อสังหาริมทรัพย์ 45% และค้าปลีก 27%

ด้านกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะโดดเด่น จากการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มนี้ยังเพิ่มขึ้นไม่มาก โดยหุ้นที่น่าสนใจ คือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น(STEC) และบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ เป็นต้น

น.ส.โชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า นักลงทุนควรจัดพอร์ตลงทุนให้ดี โดยคำนึงถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนที่รับได้ โดยบลจ.ไทยพาณิชย์ มีรูปแบบการจัดพอร์ตที่แบ่งความเสี่ยงออกเป็น 3 ระดับ คือ เสี่ยงสูง สามารถรับผลขาดทุนได้ไม่เกิน 15% ซึ่งจะให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้น และให้ผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 7.2% ต่อปี เสี่ยงปานกลาง รับผลขาดทุนได้ไม่เกิน 10% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6.3% ต่อปี จะลงทุนในหุ้นน้อยลง และเสี่ยงต่ำ สำหรับนักลงทุนที่รับผลขาดทุนได้ไม่เกิน 5% ซึ่งจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.2% ต่อปี ลงทุนในหุ้นน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเลือกลงทุนในตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน