
ปูนซีเมนต์ไทย-สยามโกลบอลเฮ้าส์พันธมิตรค้าปลีกอาเซียน
นับเป็นความชาญฉลาดของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ยักษ์ใหญ่วัสดุก่อสร้าง ภายใต้ “กานต์ ตระกูลฮุน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ที่ทุ่มเงินเพียงหมื่นล้านบาท เข้าซื้อหุ้นบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างคู่แข่ง ให้กลายมาเป็นพันธมิตรที่มุ่งขยายสาขาค้าปลีกและวัสดุก่อสร้างไปสู่ภูมิภาคอาเซียนพร้อมกัน
นับเป็นความชาญฉลาดของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ยักษ์ใหญ่วัสดุก่อสร้าง ภายใต้ “กานต์ ตระกูลฮุน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ที่ทุ่มเงินเพียงหมื่นล้านบาท เข้าซื้อหุ้นบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างคู่แข่ง ให้กลายมาเป็นพันธมิตรที่มุ่งขยายสาขาค้าปลีกและวัสดุก่อสร้างไปสู่ภูมิภาคอาเซียนพร้อมกัน
SCC ต้องการได้หุ้น GLOBAL 30-33.4% เพื่อมีส่วนในการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีกแห่งนี้ ที่มี 16 สาขา บนพื้นที่ 2.5 แสนตารางเมตร ส่วนใหญ่เป็นสาขาต่างจังหวัด โดยการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน 11% ที่เหลือจะทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วน
“กานต์ ตระกูลฮุน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCC กล่าวว่า การซื้อ GLOBAL เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดในการสนับสนุนบริษัขนาดเล็กให้มีความสามารถ และรับมือกับการแข่งขัน รวมถึงรับมือกับการมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้นของ “วิทูร สุริยวนากุล” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GLOBAL จะลดจาก 6065% เหลือไม่ต่ำกว่า 40% ของทุนจดทะเบียน 2,240 ล้านบาท เพื่อคงสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ที่สุด
การขายหุ้นของ “วิทูร” ให้ SCC ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าติดตามผลงานของเขาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นำ GLOBAL เข้าจดทะเบียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อปี 2552 จะพบว่าเขาตั้งใจเดินบนเส้นทางนี้ตั้งแต่ต้น
ชายวัย 54 ปี คนนี้คิดการใหญ่ตั้งแต่วันก่อตั้งบริษัท เขาได้ตั้งเป้าหมายให้ GLOBAL เป็นเสมือนบริษัท โฮม เดโปต์ บริษัทจัดจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ ที่เติบโตจากนอกเมืองขยายเข้าสู่ใจกลางเมือง จนใหญ่ที่สุดในประเทศด้วยสาขา 2,000 แห่ง
เรียกได้ว่าท้าชิงโฮมมาร์ท สาขาของร้านค้าประเภทนี้ในเครือซิเมนต์ไทยที่กระจายทั่วประเทศ ผิดกันตรงยี่ห้อสินค้าที่ GLOBAL ขายทุกแบรนด์ ยกเว้นเครือซิเมนต์ไทย
การมี SCC เข้ามาเป็นผู้ร่วมทุน เขากล่าวว่า จะสานฝันให้บริษัทมีศักยภาพในการขยายสาขาไปสู่อาเซียนให้เป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะศักยภาพทุนและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง
“เงินสดที่ได้จากการเพิ่มทุนกว่า 3,000 ล้านบาท จะทำให้ศักยภาพในการขยายสาขาของบริษัทมากขึ้น ผมมองไกลไปถึงการเปิดสาขาในอาเซียน และทำให้ศักยภาพในการเปิดสาขาเพิ่มขึ้น จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ปีละ 8 สาขา เป็น 1215 สาขา ใน 3 ปีข้างหน้า และมีพันธมิตรด้านการจัดหาสินค้า การขนส่ง และการบริหารสินค้าคงคลัง ระบบไอที รวมถึงการจัดการทรัพยากรบุคคล”
งบลงทุนดังกล่าวนอกเหนือจากเงินเพิ่มทุนกว่า 3,000 ล้านบาท และแปลงสภาพวอร์แรนต์ 1,600 ล้านบาท แล้วยังมีความสามารถในการกู้เงินได้อีก 5,000 ล้านบาท หรือสัดส่วนหนี้สินต่อทุน 1 เท่า แต่งบดังกล่าวยังไม่นับรวมเงินลงทุนขยายสาขาไปภูมิภาคอาเซียน
“วิทูร” กล่าวว่า การเข้ามาของ SCC ทำให้แผนสร้างศูนย์กระจายสินค้าใหม่ในแถบถนนชั้นนอกจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับโครงสร้างระบบขนส่งของ SCC
อย่างไรก็ตาม ร้านซีเมนต์ไทย โฮมมาร์ท และร้านโกลบอลเฮ้าส์ ยังคงเป็นคู่แข่งเชิงธุรกิจในแต่ละรูปแบบของร้านค้า สินค้าบางประเภท SCC ยังคงขายให้ร้านซีเมนต์ไทย โฮมมาร์ท โดยเฉพาะซีเมนต์ หลังคากระเบื้อง กระเบื้องแผ่นเรียบ และแผ่นยิปซัม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังขายให้เพียงแค่ร้านซีเมนต์ไทย โฮมมาร์ท เช่นเดิม
สำหรับผลิตภัณฑ์อื่น SCC สามารถขายผ่านร้านโกลบอลเฮ้าส์ได้ ขณะเดียวกันร้านโกลบอลเฮ้าส์ไม่จำเป็นต้องขายสินค้า SCC อย่างเดียว ยังคงเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย
ด้าน SCC ตั้งเป้างบลงทุนภายใน 5 ปีนี้ไว้ 2 แสนล้านบาท เพื่อก้าวสู่ผู้นำแห่งอาเซียน จากปัจจุบันที่กำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเงินลงทุนสูงในอดีต 1.5 แสนล้านบาท และมีเงินสดภายใต้การบริหารสูงถึง 4 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ แม้ว่าราคาเสนอซื้อหุ้นละ 14 บาท และใบสำคัญแสดงสิทธิหน่วยละ 9.30 บาท นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง และ บล.ทรีนีตี้ มองว่ามีราคาแพงกว่ามาตรฐานที่ SCC กำหนดไว้ แต่นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง มีมุมมองว่าคุ้มค่าในระยะยาวในการต่อยอดธุรกิจ ด้วยการซื้อกิจการที่สร้างประโยชน์องค์รวม และขยายกำลังการผลิตเข้าไปในตลาดอาเซียน
ทั้งนี้ แผนการซื้อหุ้นเพิ่มทุน รวมถึงการทำคำเสนอซื้อหุ้นของ SCC ในหุ้น GLOBAL บางส่วนคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 13 พ.ย. 2555
จากนี้ไปร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างภายใต้แบรนด์ โกลบอลเฮ้าส์ ของ SCC และ GLOBAL จะมีศักยภาพที่แข็งแกร่งขึ้นในการแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่าง ไทวัสดุ ของเครือบริษัท เซ็นทรัล
“บริษัทสามารถเร่งขยายการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทันที ภายหลังความร่วมมือในปี 2556 หากสามารถเปิดสาขาใหม่ได้ อาจเปิดเพิ่มในปี 2557 อีก 15 สาขา มากกว่าปี 2556 และบริษัทมีที่ดินพร้อมแล้วสำหรับ 89 สาขาในปีหน้า”
การเข้าถือหุ้นใน GLOBAL นั้น SCC จะส่งตัวแทนเข้าร่วมในบางหน่วยธุรกิจ และแผนการขยายกิจการภายในภูมิภาคจะเป็นการออกไปในนามร้านค้าโกลบอลเฮ้าส์ โดยธุรกิจการจัดจำหน่ายค้าปลีกของ SCC ต้องทำในนาม GLOBAL







