
บัวหลวง7เดือนโต23%
แนะเพิ่มเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเล็งออกกองหุ้นไทยตลาดอาเซียน
แนะเพิ่มเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเล็งออกกองหุ้นไทยตลาดอาเซียน
บลจ.บัวหลวง เผย 7 เดือน กองทุนรวมโต 23% สินทรัพย์แตะ 1.78 แสนล้านบาท แนะเพิ่มลงทุนหุ้นทอง
นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง เปิดเผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ธุรกิจกองทุนรวมของบริษัทเติบโต 23.22% โดยมีสินทรัพย์ 178,349.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33,607.80 ล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 144,741.25 ล้านบาท ถือเป็นระดับที่น่าพอใจ โดยเติบโตจากกองทุนทุกประเภท
ทั้งนี้ การเติบโตของกองทุนรวมมาจากเงินใหม่ที่เข้ามาลงทุนและมูลค่าหุ้นที่ลงทุนเพิ่มขึ้น
“สำคัญที่สุด คือ พบว่าพฤติกรรมการลงทุนของลูกค้าเปลี่ยนไป โดยมีการสอบถามเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของกองทุนและนโยบายการลงทุนต่างๆ มากขึ้น จากเดิมสนใจแต่ของแถมและโปรโมชันต่างๆ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมกองทุนรวม” นายวศิน กล่าว
ในปีหน้า เมื่อกฎเกณฑ์ของทางการออกมาควบคุมการออกโปรโมชันให้ลดน้อยลงก็จะส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมโดยรวม ทำให้ บลจ.แต่ละแห่งเอาเวลาไปมุ่งให้กับการบริหารกองทุนให้มีประสิทธิภาพได้เต็มที่ ซึ่งในอุตสาหกรรม บลจ.ต่างเห็นด้วยกับแนวทางนี้มากกว่ามุ่งแข่งเรื่องการแจกของแถม
นายวศิน กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการลงทุนในปัจจุบัน บริษัทมองว่ายังมีโอกาสในการลงทุน แม้ตลาดยังคงมีความผันผวนต่อเนื่อง จากปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศและในประเทศ จึงแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงขึ้นจากเดิม เพราะมองว่าโอกาสในขาลงของสินทรัพย์เสี่ยงในปัจจุบันมีค่อนข้างจำกัด ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นหรือทองคำ ซึ่งมองว่าในระยะยาวยังจะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ต้องยืดระยะเวลาการลงทุนให้นานขึ้น เพื่อลดความผันผวนของตลาดลง
“บริษัทยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วง 12 ปีข้างหน้า ซึ่งหากมองระดับดัชนีหุ้นปัจจุบันประมาณ 1,200 จุด โอกาสที่ดัชนีจะลงไปอยู่แถว 900 จุดก็มีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีก็ลดลงประมาณ 25% ถือเป็นระดับความผันผวนปกติของตลาดหุ้นไทย ซึ่งถือว่ารับได้ แต่โอกาสขาขึ้นในระยะยาวอาจจะมีมากกว่า ซึ่งมองในลักษณะนี้เราจึงแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงขึ้น” นายวศิน กล่าว
สำหรับภาพรวมตราสารหนี้ไทย เห็นว่า อัตราดอกเบี้ยยังจะไม่ปรับตัวขึ้น ดังนั้นกองทุนตราสารหนี้ในปัจจุบันแม้จะให้ผลตอบแทนที่ไม่สูงนัก แต่ก็ยังดีกว่าเงินฝากธนาคารในช่วงเวลาเดียวกัน โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ยังเน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้อายุประมาณ 6 เดือน และไม่เกิน 1 ปี
นายวศิน กล่าวว่า บริษัทยังมีแผนจะออกกองทุนหุ้นในประเทศในช่วงปลายปีนี้ โดยจะเป็นกองทุนที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อเสนอเป็นทางเลือกให้แก่นักลงทุน รวมทั้งสนใจจะตั้งกองทุนเพื่อไปลงทุนโดยตรงในหุ้นอาเซียนหลังจากที่มีการเชื่อมโยงตลาดหุ้นเข้าด้วยกัน







