
บางนาเนื้อหอมคอนโดผุดพรึ่บ
ทำเลบางนาบูม ค่ายใหญ่เล็กแห่ ราคาขายล้านต้น ผุดแล้วกว่า 5,000 ยูนิต หวังชิงตลาดอพาร์ตเมนต์ให้เช่า
ทำเลบางนาบูม ค่ายใหญ่เล็กแห่ ราคาขายล้านต้น ผุดแล้วกว่า 5,000 ยูนิต หวังชิงตลาดอพาร์ตเมนต์ให้เช่า
นายวรุตม์ ภาณุพัฒนพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เค เอช เดเวลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า ในบริเวณบางนาตั้งแต่ กม.1 ถึง กม.4 ที่ยังไม่เข้าสู่ จ.สมุทรปราการ มีผู้ประกอบการพัฒนาโครงการแล้วประมาณ 5,000 ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นระดับราคาขายเฉลี่ย 11.4 ล้านบาทต่อยูนิต
ทั้งนี้ เนื่องจากทำเลดังกล่าวอยู่ใกล้กับฐานการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ เชื่อมต่อกับสนามบินสุวรรณภูมิ และยังเป็นทำเลไม่ประสบกับภาวะน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา โดยผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดระดับดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ทำงานในย่านนี้และไม่ต้องการเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่
สำหรับตนในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท พัฒนพงศ์วัสดุภัณฑ์ ที่ดำเนินธุรกิจผู้จัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมานานกว่า 40 ปี ในย่านบางนาตราด กม.12 ได้ก่อตั้งบริษัท แอล เค เอช เดเวลอปเม้นท์ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม แบรนด์เดอะทีค ในซอยบางนาตราด 13 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณบางนาตราด กม.2
“จากการเซอร์เวย์ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านบางนาตราด คอนโด มิเนียมยังไม่ล้นตลาด และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น หลังผ่านวิกฤตน้ำท่วม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์และยังมีอพาร์ตเมนต์ให้เช่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ยูนิต ที่ปล่อยเช่าเดือนละ 4,0008,000 บาท” นายวรุตม์ กล่าว
ทางด้านโครงการคอนโดมิเนียมเดอะทีคนั้น พัฒนาเป็นอาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 79 ยูนิต มีขนาดเริ่มต้น 22 ตร.ม.80 ตร.ม. มีราคาขายเฉลี่ย 4.5 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. หรือมีราคาเริ่มต้น 1.09 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่าโครงการ 130 ล้านบาท จะเริ่มเปิดขายในวันที่ 4 ก.ย.นี้ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2556
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างพิจารณาที่ดินอีก 23 แปลง อาทิ ในย่านเอกมัย ขนาดเนื้อที่ 1 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม และในย่านรังสิต 5 ไร่ รวมไปถึงที่ดินในตัวเมือง จ.ขอนแก่น ที่จะพัฒนาเป็นโครงการแนวสูง คาดว่าจะเริ่มพัฒนาโครงการใหม่ได้ในปีหน้า 2 โครงการก่อน
นายวรุตม์ กล่าวว่า รูปแบบของการพัฒนานั้น หากเป็นโครงการคอนโดจะพัฒนาระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อยูนิต โครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 45 ล้านบาทต่อยูนิต ส่วนทาวน์เฮาส์ระดับราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3 ล้านบาทต่อยูนิต รวมไปถึงการพัฒนาอสังหาฯ รูปแบบเช่า ซึ่งบริษัทมีแผนจะลงทุนพัฒนาโครงการต่อเนื่องปีละ 23 โครงการ เพื่อสร้างยอดขายให้ได้ปีละ 500-600 ล้านบาท และคาดว่าภายใน 5-10 ปีข้างหน้า จะสามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ







