
สหประกันชีวิตงัดแผนรับเออีซี
วางเป้า3ปีเบี้ยทะลุ3พันล้านคุยปีหน้าเริ่มมีกำไรโต150%
วางเป้า3ปีเบี้ยทะลุ3พันล้านคุยปีหน้าเริ่มมีกำไรโต150%
สหประกันชีวิตเปิดแผนธุรกิจ 3 ปีรับเออีซี เบี้ยรับรวมถึง 3,000 ล้านบาท เติบโต 150% ปีหน้าพลิกขาดทุนเป็นกำไร
นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานกรรมการ บริษัท สหประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดทำแผนธุรกิจ 3 ปี เริ่มปี 2556 ตั้งเป้าเบี้ยรับรวม 2,000 ล้านบาท ปี 2557 เพิ่มเป็น 2,500 ล้านบาท ส่วนปี 2558 จะมีเบี้ยรับรวม 3,000 ล้านบาท และเตรียมเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปี 2558 เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัท การขยายงานไปต่างประเทศ รวมถึงเป็นการรองรับการเข้าสู่ประชานิยมอาเซียน (เออีซี) ด้วย
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีกำไรในปี 2556 จากปัจจุบันที่ยังมีผลขาดทุน และต้องเรียกชำระเพิ่มทุนให้เต็มจำนวน 1,000 ล้านบาท จากที่เรียกชำระแล้ว 760 ล้านบาท ส่วนปีนี้ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมประมาณ 1,200 ล้านบาท แยกเป็นเบี้ยลูกค้ารายใหม่ 800 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเบี้ยต่ออายุ และเบี้ยประกันกลุ่ม ซึ่ง 6 เดือนแรกถือว่าเติบโตตามเป้าหมาย
สำหรับการขายประกันสินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งเป้าหมายไว้ในช่วง 34 เดือนที่เหลือนี้ ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง เพราะมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากฐานลูกค้าของ ธ.ก.ส.จำนวน 6 ล้านราย เป็นอย่างดี
“เราได้ออกแบบประกันสินเชื่อเพื่อเกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ และลูกค้าของ ธ.ก.ส.โดยเฉพาะ ราคาเบี้ยประกันภัยไม่ได้สูงมาก และได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย ทำให้สังคมแข็งแรงเพราะมีภูมิคุ้มกันที่ดี” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวว่า บริษัทยังได้เจรจาเสนอแผนธุรกิจกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อให้บริการประกันสินเชื่อแก่ลูกค้าของ ธอส.คาดว่าได้ข้อสรุปเดือน ก.ย.นี้
นายสหพล สังข์เมฆ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทได้ใช้เงินลงทุน 30 ล้านบาท ในการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เพื่อให้การทำงานร่วมกับ ธ.ก.ส.เกิดความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการลูกค้า เพราะเหลือเวลาเพียง 4 เดือน ก็จะสิ้นปี 2555
“หลังจากวันนี้ เราต้องรอให้ทาง ธ.ก.ส.ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้จัดการสาขาของธนาคารทั่วประเทศ เมื่อทางผู้จัดการสาขารับนโยบายจากธนาคาร เราจะลงไปทำความเข้าใจและเชื่อมระบบไอทีกับทางธนาคาร คิดว่าจะใช้เวลาในขั้นตอนดังกล่าวประมาณ 1 เดือน” นายสหพล กล่าว
สำหรับ เป้าหมายที่วางไว้ถือว่าสูง แต่จะทำได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการทำความเข้าใจกับทางเจ้าหน้าที่ธ.ก.ส.และลูกค้าด้วย ซึ่งถ้าไม่ได้ 300 ล้านบาทในปีนี้ อาจจะถึงในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า ส่วนปีนี้อาจจะทำได้ 100-200 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินสายเพื่อเพิ่มจุดขายผ่านสหกรณ์แต่ละแห่งทั่วประเทศ โดยมีการขึ้นป้ายบริษัทแล้ว 600 แห่ง และมีสหกรณ์ที่เข้าร่วมเป็นศูนย์บริการให้กับบริษัทอย่างเป็นทางการ หรือ ศูนย์ต้นแบบแล้ว 5 แห่ง จากเป้าหมายที่วางไว้ 20 แห่ง







