
ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 9
คราวที่แล้วผมทิ้งท้ายเรื่องยุทธศาสตร์กับการจัดโอลิมปิกไว้ว่าจะมาต่อกันเรื่อง “ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การเป็นเจ้าภาพนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด”
คราวที่แล้วผมทิ้งท้ายเรื่องยุทธศาสตร์กับการจัดโอลิมปิกไว้ว่าจะมาต่อกันเรื่อง “ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การเป็นเจ้าภาพนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด”
“ยุทธศาสตร์การคิด” เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกแบบที่สองที่ผมอยากชวนให้คิดก็คือ “ยุทธศาสตร์ที่จะทำให้การเป็นเจ้าภาพนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด” ถ้าเมืองใดเมืองหนึ่งในประเทศไทยต้องการเป็นเจ้าภาพในการเสนอตัวจัดโอลิมปิก ต้องคิดให้มี “ยุทธศาสตร์” ที่แตกต่าง คือต้องคิดก่อนว่า เมืองของเรานั้น จะเติบโตไปอย่างไร วางแผนพัฒนาเมืองไปในอนาคต 15-30 ปีข้างหน้าเลยว่า เมืองจะโตแบบไหน ธุรกิจจะเติบโตกันอย่างไร อยู่กันตรงไหน ผู้คนจะพักอาศัยกันตรงไหน สนามกีฬาสำหรับคนเมืองนี้อยู่ตรงไหน ถนนหนทาง สิ่งแวดล้อมจะจัดการอย่างไร คือต้องมี “แผนพัฒนาเมือง” สำหรับคนของตัวเองให้เรียบร้อย ที่สำคัญแผนพัฒนาเมืองดังกล่าวต้องสอดคล้องและเป็นส่วนหนึ่งของ “ยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ”
แล้วเอาแผนที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก มาเป็น “ตัวเร่ง” ในการพัฒนาเมืองตาม “แผน” ที่ว่านั้น คือจาก 1530 ปี อาจจะร่นให้เร็วขึ้นเหลือ 810 ปี ประเทศก็จะได้เมืองใหม่ที่เร็วขึ้น ต้นทุนบางส่วนถูกชดเชยไปจากกำไรของการจัดโอลิมปิก
ที่สำคัญยังเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองของเราให้คนทั่วโลกรู้จัก เพราะขณะที่มีการนำเสนอความพร้อมของประเทศในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ข่าวทั่วโลกก็จะพูดถึงความพร้อมของประเทศเรา และหากหน่วยงานต่างๆ ของประเทศรู้จักการทำงานแบบบูรณาการซึ่งกันและกัน ช่วยกันทำการประชาสัมพันธ์ประเทศไปพร้อมๆ กัน ประเทศก็จะได้การสร้างภาพลักษณ์เป็นของแถมที่มีคุณค่า
ถ้า “คิดแบบมียุทธศาสตร์” แบบนี้ ท่านผู้อ่านคงมองเห็นภาพแล้วนะครับว่าแนวคิดในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกนั้นมีเหตุมีผลและมีความเป็นไปได้ และมีประโยชน์อย่างไร
ลอนดอน ก็ “คิดแบบมียุทธศาสตร์” เช่นกันครับ เขามีแผนที่จะพัฒนา “ลอนดอนฝั่งตะวันออก” ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมเก่ามาพัฒนาให้เป็นเมืองใหม่ คือยังไงก็ต้องพัฒนาพื้นที่ตรงนี้อยู่แล้ว ยังไงก็ต้องลงทุนอยู่แล้ว แต่เอาการเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิก เป็นตัวเร่งแผนนี้ให้เป็นจริงและทำให้การลงทุนตรงนี้คุ้มทุนเร็วขึ้น
ท่านที่ติดตามข่าวก็คงจะรู้แล้วว่า แม้ขณะที่การแข่งขันยังไม่เริ่มขึ้นแต่สนามต่างๆ รวมถึงหอพักนักกีฬาของเขา ต่างมีคนจับจองเตรียมใช้ประโยชน์หลังจบการแข่งขันกันแล้ว
ผมเลยอยากฝากท่านๆ ที่บริหารประเทศอยู่ในเวลานี้นะครับว่า เวลาคิดอะไรก็ตาม ต้อง “คิดให้เป็นยุทธศาสตร์” นะครับ เพราะไทยเรามีทรัพยากรค่อนข้างจำกัด ประโยชน์สูงสุดจะได้เกิดกับประเทศเราครับ
ลองมาดูข่าวที่บอก ไทยพร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดเวิลด์เอ็กซ์โปในปี 2020 ที่ “อยุธยา” โดยเตรียมงบประมาณมหาศาลและเตรียมจะผลักดันเรื่องนี้ให้เป็น “วาระแห่งชาติ” กันเลยทีเดียว
ท่านผู้อ่านคิดว่าคนที่เสนอเขามี “ยุทธศาสตร์การคิด” อย่างไรครับ?
อาจจะยากสักหน่อยนะครับ ผมบอกใบ้จากเนื้อข่าวประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการเสนอตัวนี้หน่อยก็ได้ครับว่า เขาบอกว่า เราพร้อมด้านโครงข่ายคมนาคม สนามบินนานาชาติ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งของประเทศไทย และ “ความพร้อมของรัฐบาลในการสร้างทางระบายน้ำขนาดใหญ่สุดของประเทศ”
สามข้อแรกนั้นก็งงแบบเบาๆ นะครับ “เราพร้อมด้านโครงข่ายคมนาคม” อย่าว่าแต่จัดเวิลด์เอ็กซ์โปเลยครับ หยุดยาวติดกันสามวัน ถนนวิ่งผ่านเส้นนั้นก็แทบอัมพาตกันอยู่แล้ว
“เราพร้อมด้านสนามบินนานาชาติ” อ้าวที่ข่าวบอกว่าสนามบินเต็มแล้ว ต้องขยายด่วน และข่าวรันเวย์พังอย่างที่หาสาเหตุไม่เจอ ทำเอาเครื่องดีเลย์กันจมไปหมด นี่หมายถึง “สนามบินนานาชาติ” เดียวกันหรือเปล่าครับ? หรือเรามีสนามบินนานาชาติแห่งใหม่แล้ว ผมตกข่าวครับ?
เรื่องเรา “พร้อมด้านยุทธศาสตร์ที่ตั้งของประเทศไทย” อันนี้ เป็นความพร้อม “นิรันดร์กาล” ของประเทศไทย เสนอตัวอะไรก็จะเอาข้อนี้เป็นข้ออ้าง ผมไม่ต้องวิจารณ์ท่านผู้อ่านคงทราบดีว่าเราพร้อมจริงหรือไม่?
แต่เรื่องที่คณะกรรมการตัดสินเรื่องนี้คง “ตื่นเต้น” เป็นพิเศษ ก็คือ “ความพร้อมของรัฐบาลในการสร้างทางระบายน้ำขนาดใหญ่สุดของประเทศ”
แปลว่าอะไรครับ ผมจะลองแปลไทยเป็นไทยดู แปลอย่างนี้ได้มั้ยครับ
“...พื้นที่ตรงที่ประเทศไทยกำลังนำเสนอให้เป็นสถานที่จัดเวิลด์เอ็กซ์โปนี่แม้จะเป็นพื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมขนาดหนัก ผู้คนเดือดร้อน นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ จมน้ำกันจนดังไปทั่วโลก แต่ประเทศไทยก็มั่นใจจะนำเสนอพื้นที่ตรงนี้ครับ เพราะเรากำลังสร้างทางระบายน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเพื่อป้องกันไม่ให้ตรงนี้น้ำท่วมครับ...ขอคณะกรรมการได้โปรดมั่นใจและตัดสินให้ประเทศไทยได้จัดงานนี้ที่อยุธยาด้วยนะครับ...”
เราเลือก “อยุธยา” เป็นสถานที่จัดเวิลด์เอ็กซ์โป โดยไม่มี “แผนพัฒนาเมือง” วางไว้ล่วงหน้าก่อนก็ดูจะงงๆ อยู่แล้ว แต่นี่เล่นเลือกเอาศูนย์กลางน้ำท่วมใหญ่ของประเทศไปเสนอตัวจัดงาน และก็บอกว่าเราพร้อมเรื่องการสร้างทางระบายน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศด้วย นี่งงจริงๆ “งงแบบไม่มียุทธศาสตร์” เลยครับ







