
โฆษณาทีวีเกินจริงมีเพียบกสทช.เร่งล้อมคอกปีหน้า
กพย.ชี้โฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เอาเปรียบผู้บริโภคเพียบ กสทช.เร่งออกกฎหมายควบคุม
กพย.ชี้โฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เอาเปรียบผู้บริโภคเพียบ กสทช.เร่งออกกฎหมายควบคุม
ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองผู้จัดการแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่โฆษณาสรรพคุณเอาเปรียบผู้บริโภคมีมากขึ้นในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพราะเป็นสื่อหลักที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือ จำเป็นที่จะต้องมีกฎที่เข้มแข็งเพื่อกำกับหรือป้องกัน
ทั้งนี้ ต้องมีการประสานงานร่วมกันระหว่างนักโฆษณา นักการตลาด กลุ่มของสื่อสารมวลชนและนายสถานี เพราะที่ผ่านมาการทำโฆษณาถูกชี้นำโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก
นายเอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการมีเดีย มอนิเตอร์ มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา กล่าวว่า ขณะนี้การโฆษณาของสื่อท้องถิ่น มีผลต่อความเชื่อของผู้บริโภคในต่างจังหวัดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการโฆษณาของอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
“เดี๋ยวนี้การโฆษณาของสื่อท้องถิ่นนั้นจะซื้อทั้งรายการ เช่น มีการต่อสายถึงเจ้าของผลิตภัณฑ์ให้มีพูดถึงสรรพคุณของสินค้า รวมไปถึงนำคนที่มีประสบการณ์ที่ดีจากการใช้สินค้ามาบรรยายถึงสินค้าซึ่งมีการพูดถึงบ่อยๆ จึงทำให้เป็นที่จดจำของสินค้า และมีการใช้สื่อหลักอย่างช่อง 3 โฆษณาเป็นวีทีอาร์สั้นๆ ผ่านช่วงรายการดังอย่าง เรื่องเด่นเย็นนี้ ยิ่งเสริมให้โฆษณาดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ” นายเอื้อจิตร กล่าว
ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า กสทช.อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายเพื่อมาควบคุมโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผ่านทางกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ในปี 2556 จากที่ผ่านมาต้องใช้กฎหมายขององค์การอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มาบูรณาการร่วมกันเพื่อบังคับใช้
“การโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์นั้นมีคนเชื่อถือค่อนข้างมาก และหลายงานโฆษณาอาจดูเกินจริง จึงต้องมากำกับดูแลเพื่อให้เจ้าของสินค้าโฆษณาที่เดินตามกฎหมาย” น.ส.สุภิญญา กล่าวซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มมีการเอาผิดสินค้าในกลุ่มดังกล่าว ที่โฆษณาที่ทำผิดแล้ว ชัด 3 ราย โดยได้มีการขอข้อมูลจากไทยคม และจะดเร่งำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป”







