
ซีเกทปักหลักไทย 6ปีลงทุน3หมื่นล.
ซีเกท ชูไทยยังเป็นฐานหลักผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แจงช่วง 8 ปี ยังลงทุนต่อเนื่อง เผย 6 ปี ลงทุนแล้ว 3 หมื่นล้านบาท
ซีเกท ชูไทยยังเป็นฐานหลักผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แจงช่วง 8 ปี ยังลงทุนต่อเนื่อง เผย 6 ปี ลงทุนแล้ว 3 หมื่นล้านบาท
นายเดฟ มอสเล่ย์ รองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ระดับโลก โดยใช้กระบวนการของคลัสเตอร์ รวมกลุ่มผู้ประกอบชิ้นส่วนและผู้ผลิตชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา ซีเกทลงทุนในไทยแล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อปี 2551-2552 ซีเกทได้เข้ายื่นขอส่งเสริมการลงทุนตามนโยบายปีแห่งการลงทุนที่ยั่งยืน ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด โดยเงื่อนไขกำหนดไว้ว่า ภายใน 8 ปีของการลงทุนจะต้องสร้างเม็ดเงินลงทุนให้ได้ 3 หมื่นล้านบาท แต่ล่าสุดเข้าสู่ปีที่ 6 ซีเกทได้ลงทุนในไทยไปแล้ว 3 หมื่นล้านบาท และในเวลาที่เหลืออีก 2 ปี ก็ยังคงลงทุนต่อเนื่องอีก
สำหรับกรณีที่ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมในปี 2554 ทำให้การดำเนินงานของซีเกทได้รับผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากโรงงานผู้จัดหาชิ้นส่วน หรือซัพพลายเชนได้รับผลกระทบ และไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนได้ตามกำหนด
อย่างไรก็ตาม ภาวะน้ำท่วมยังถือเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงของบริษัท เพื่อทำให้ซัพพลายเชนสร้างความแตกต่าง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทั้งการทำความตกลงด้านราคา การซื้อวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า การเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทดแทนที่เสียหาย ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมในระยะยาว
“ก่อนหน้านี้ได้หารือกับภาครัฐถึงแผนป้องกันน้ำท่วมในปีนี้แล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้” นายมอสเล่ย์ กล่าว
ปัจจุบันซีเกทมีโรงงานในประเทศไทย 2 แห่ง คือ โรงงานเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ และนครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงงานประกอบหัวอ่านข้อมูลและบันทึกข้อมูล การผลิตสไลเดอร์ ตลอดจนผลิตไดรฟ์สำเร็จ
ด้าน น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ซีเกทได้เข้ามาลงทุนในไทยร่วม 30 ปีแล้ว และถือเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์รายแรกๆ ที่เข้ามาลงทุน ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการลงทุนต่อเนื่อง ขณะที่บีโอไอให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมประเภทนี้ และให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนเต็มที่
ขณะที่กิจการส่งเสริมการลงทุนในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา มีโครงการยื่นขอไว้ 207 ราย







