
แกรมมี่บุกหนักดาวเทียม
แกรมมี่ ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดช่องรายสโมสรฟุตบอล สำรองพลาดประมูลพรีเมียร์ พร้อมออกกล่องมินิ เข้ารหัสไม่ได้
แกรมมี่ ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดช่องรายสโมสรฟุตบอล สำรองพลาดประมูลพรีเมียร์ พร้อมออกกล่องมินิ เข้ารหัสไม่ได้
นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ กรรมการผู้จัดการ จีเอ็มเอ็ม สปอร์ต บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ซื้อลิขสิทธิ์ออกอากาศช่องสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และสโมสรฟุตบอลอื่นในยุโรปแล้ว 6 สโมสร เช่น อาร์เซนอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอซี มิลาน แล้ว โดยช่องสโมสรเหล่านี้จะออกอากาศการแข่งขันช้ากว่าการถ่ายทอดสดเพียง 6 ชั่วโมง
ทั้งนี้ การที่แกรมมี่ตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ช่องสโมสรฟุตบอลดังกล่าว เพื่อเป็นแผนสำรองกรณีไม่สามารถประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้ ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนการประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษในประเทศไทย อยู่ระหว่างยื่นข้อเสนอเข้าไปให้พรีเมียร์ลีกพิจารณา เพื่อคัดเลือกผู้ประมูลที่จะเข้ารอบสุดท้ายในเดือนต.ค.นี้
ปัจจุบันแกรมมี่มีช่องกีฬาสำหรับออกอากาศรวม 5 ช่อง ได้แก่ ช่องจีเอ็มเอ็ม แซท สปอร์ต (ดูฟรี) ช่องสปอร์ต วัน ช่องฟุตบอล พลัส คลับ แชนแนล และยูโร สปอร์ต ซึ่งช่องกีฬาต่างๆ ยังไม่สามารถเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนได้ เนื่องจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังไม่ออกใบอนุญาตธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (เคเบิลทีวี) ให้ ทำให้บริษัทต้องเน้นไปที่ธุรกิจขายกล่องดาวเทียมก่อน
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กล่าวว่า จะเร่งผลักดันยอดขายกล่องรับสัญญาณดาวเทียมจีเอ็มเอ็ม แซท ปีนี้ให้ได้ 2 ล้านกล่อง ซึ่งขณะนี้มียอดจำหน่ายกว่า 1 ล้านกล่อง โดยในเดือน ก.ย. จะออกกล่องรุ่นมินิ ราคา 400-500 บาท ออกสู่ตลาด โดยกล่องรุ่นนี้ไม่สามารถเข้ารหัสได้
“กสทช.ต้องระบุให้ชัดเจนว่ากล่องประเภทไหนเป็นอย่างไร จำหน่ายได้หรือไม่ อย่างไร จอดำหรือไม่ดำไม่เกี่ยว แต่ต้องบอกผู้บริโภคให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้บริโภคเลือกซื้อถูกว่าจะซื้อกล่องประเภทไหน ส่วนการเรียกเก็บค่าสมาชิกคงต้องรอใบอนุญาตจากกสทช.ที่จะออกภายในเดือนก.ย.ต.ค.นี้อีกครั้ง” นายไพบูลย์ กล่าว
สำหรับสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม เป็นเรื่องที่บริษัทคาดการณ์ไว้อยู่แล้วในฐานะผู้เล่นรายใหม่ แต่แกรมมี่จะเดินหน้าตามแผนธุรกิจที่ได้วางไว้ก่อนหน้านี้ โดยใช้คอนเทนต์คุณภาพเป็นตัวนำ เพราะสุดท้่ายผู้บริโภคจะเป็นคนเลือก ส่วนกรณีการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง (ซีทีเอช) ยังไม่ลงตัว และอาจจะไม่ซื้อหุ้นส่วนนี้แล้ว เนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อน







