posttoday
การกระจายการลงทุนในโลกที่ไม่แน่นอน

การกระจายการลงทุนในโลกที่ไม่แน่นอน

28 สิงหาคม 2555

ผมไม่เชื่อเลยว่าเวลาผ่านไปแล้ว 5 ปี ตั้งแต่การเริ่มต้นของวิกฤต Subprime ที่ปะทุขึ้นในสหรัฐอเมริกา

โดย...ธีระ ภู่ตระกูล

ผมไม่เชื่อเลยว่าเวลาผ่านไปแล้ว 5 ปี ตั้งแต่การเริ่มต้นของวิกฤต Subprime ที่ปะทุขึ้นในสหรัฐอเมริกา และตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน เราก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กลับไปเป็นปกติได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐในขณะนั้นได้ระบาดไปยังยุโรป และเชื่อได้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นั้นจะไม่มีจุดจบที่ดีนัก บทเรียนจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2551 แสดงให้เห็นว่าถึงแม้ว่าเอเชียทั้งหมดจะได้รับผลกระทบเมื่อเศรษฐกิจโลกตกอยู่ในภาวะถดถอย แต่ความรุนแรงสำหรับแต่ละประเทศจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าประเทศไหนมีความสัมพันธ์ด้านการค้าและการเงินกับประเทศอื่นในโลกมากที่สุด และประเทศไหนที่เตรียมพร้อมดีที่สุดโดยการมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มากพอสมควร ได้ดุลงบประมาณ และธนาคารกลางสามารถที่จะลดอัตราดอกเบี้ยได้

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นไม่มีใครที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจได้หากวิกฤตหนี้ยุโรปรุนแรงกว่าที่คาดหมายไว้ ภาวะการกระตุกในระบบการเงินโลกคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากรัฐบาลกรีซไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาและต้องออกจากระบบเงินยูโร หรือสเปนและอิตาลีมีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ประเทศอื่นในยุโรปไม่สามารถให้ได้ ในกรณีดังกล่าวระบบการค้าโลกจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เงินกู้สำหรับผู้บริโภคทั่วไปและสำหรับธุรกิจต่างๆ ก็จะหมดลง หุ้นและอัตราแลกเปลี่ยนก็จะทรุดลงอย่างรุนแรง เศรษฐกิจที่ต้องพึ่งการค้าและการส่งออกอย่างมาก อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง และประเทศไทย จะได้รับผลกระทบอย่างมากหากระบบเศรษฐกิจยุโรปล้มเหลว เนื่องจากสหภาพยุโรปเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญสำหรับเอเชีย และในระยะสั้นไม่สามารถจะหาตลาดส่งออกอื่นมาทดแทนได้

ประเทศที่ต้องพึ่งเงินกู้และเงินลงทุนจากธนาคารระหว่างประเทศจะได้รับผลกระทบเช่นกัน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) ประมาณการไว้ว่าในวิกฤตปี 2551 การลดปริมาณเงินกู้ร้อยละ 1 ของธนาคารระหว่างประเทศที่ให้กับเอเชีย ธนาคารในประเทศก็จะลดวงเงินกู้เช่นกันในอัตราร้อยละ 0.6 ทำให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (SME) และผู้ส่งออกไม่มีเครดิตเพียงพอ สิงคโปร์และฮ่องกงซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินในเอเชียเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เนื่องจากทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์กับธนาคารในสหภาพยุโรปมาก มาเลเซียมีเงินกู้จากธนาคารในยุโรปถึงร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับภูมิภาคนี้

ในประเด็นดังกล่าว ประเทศไทยมีภูมิป้องกันจากผลกระทบที่อ้างถึงพอสมควร เนื่องจากไม่ได้พึ่งเงินกู้จากธนาคารต่างชาติมากนัก และน่าจะสามารถผ่านพ้นมรสุมเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยการลดอัตราดอกเบี้ยและเพิ่มงบประมาณรายจ่าย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไม่ใช่เวลาที่จะนิ่งนอนใจ ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตในยุโรปที่กำลังแย่ลงแน่ เนื่องจากเกือบร้อยละ 7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศมาจากการส่งออกไปยังยุโรป และไทยมีอัตราส่วนของมูลค่าการส่งออกต่อ GDP ที่สูง ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ เราเริ่มเห็นว่าอัตราการสั่งซื้อของจากต่างประเทศลดลง ไม่เพียงแต่จากพื้นที่วิกฤตในยุโรปเท่านั้น แต่จากสหรัฐและจีนที่เริ่มจะลดลงด้วย อุตสาหกรรมสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา และเครื่องประดับ ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานมาก ถ้ามองโลกในด้านบวก มาตรการที่ประเทศไทยได้ดำเนินการมาตั้งแต่วิกฤตปี 2551 จะช่วยเป็นเกราะป้องกันผลกระทบจากภายนอก ในปัจจุบันประเทศไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวน 171 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับมูลค่าการนำเข้าหลายเดือน ธนาคารในประเทศมีฐานะการเงินที่ดีและอาศัยเงินกู้ระยะสั้นจากต่างประเทศไม่มากนัก ในเวลาเดียวกันอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและรายได้จากผลิตผลทางการเกษตรได้เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันในกรณีที่การส่งออก ลดน้อยลงหรือหายไป

ผมมองว่าวิกฤตในยุโรปจะมีทางออก 2 ทาง คือ ต้องมีการรวมตัวทางการเมืองที่ทำให้มีอำนาจเพียงพอที่จะต่อสู้กับอัตราการแข่งขันในระยะยาว ระบบสังคมสงเคราะห์ที่แพงเกินกว่าจะสนับสนุนได้ และตลาดแรงงานที่ไม่ยืดหยุ่น กล่าวคือ เยอรมนีจะเป็นผู้บงการทุกอย่าง เนื่องจากมีเงินมากที่สุด แต่นักการเมืองโดยธรรมชาติจะไม่รื้อระบบผลประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าแพงเท่าไหน เพราะจะทำให้ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนลดน้อยลง อีกทางเลือกคือ การยกเลิกการใช้สกุลเงินเดียว ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นทางเลือกที่ไม่ดีนัก เนื่องจากสิ่งที่ตลาดไม่ชอบมากที่สุดคือความไม่แน่นอนในทางเลือกนี้ เรายอมเจ็บครั้งเดียวตอนนี้ เก็บกวาดความยุ่งเหยิงต่างๆ และก้าวเดินต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน