
พลังงานยิ้มน้ำมันพุ่ง
พายุสหรัฐรุนแรง-เวเนฯหยุด เชียร์ซื้อหุ้นปตท.-กลุ่มโรงกลั่น
พายุสหรัฐรุนแรงเวเนฯหยุด เชียร์ซื้อหุ้นปตท.กลุ่มโรงกลั่น
หุ้นกลุ่มพลังงานออกอาการดี๊ด๊า ราคาน้ำมันล่วงหน้าพุ่งกว่า 1 เหรียญสหรัฐ เวเนซุเอลาไฟไหม้ แนะซื้อ ปตท. โรงกลั่น
มาร์เก็ตติง เปิดเผยว่า พายุโซนร้อนไอแซคได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อผลผลิตน้ำมันดิบและก๊าซในอ่าวเม็กซิโก ทำให้สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) เดือน ต.ค.ทะยานขึ้นมากกว่า 1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขึ้นไปเฉียด 98 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันล่วงหน้ายังได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่าเวเนซุเอลาได้ระงับการผลิตน้ำมันบางส่วนในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดภายในประเทศ หลังจากเหตุเพลิงไหม้ที่โรงกลั่นแห่งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ราย
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เปิดกลยุทธ์การลงทุน แนะนำสะสมหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) โดยให้ราคาเหมาะสม 380 บาท
ด้วยมุมมองเป็นบวกต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ราคาก๊าซ ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์จากภาวะอากาศที่หนาวอย่างรุนแรงในสหรัฐและยุโรป รวมถึงทิศทางราคาปิโตรเคมีที่เป็นขาขึ้น ย่อมเป็นบวกต่อราคาหุ้นทั้งกลุ่ม PTT ซึ่งรวมถึงตัวแม่ด้วยเช่นกัน
ด้านแนวโน้มผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มปิโตรเคมีในไตรมาส 4 น่าจะเติบโตโดดเด่นและต่อเนื่องถึงปี 2556 ย่อมเป็นบวกต่อ PTT ทั้งทางตรงและทางอ้อมเช่นกัน
ปัจจุบัน PTT ซื้อขายที่ระดับราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) 11 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มเพียง 10.04 เท่า ขณะที่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ซื้อขายที่ 11.18 เท่า แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากกรณีมอนทาราก็ตาม
ทางด้าน บล.ธนชาต เชียร์หุ้นกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันอย่างบริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC), บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) หรือ ESSO และบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) หลังจากโรงกลั่นน้ำมันขนาด 6.45 แสนบาร์เรลต่อวัน ในเวเนซุเอลาเกิดเหตุระเบิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ค่าการกลั่นปรับสูงขึ้นในระยะสั้น
“การลงทุนช่วงสั้นเราแนะนำ ‘เก็งกำไร’ TOP และ PTTGC ส่วน BCP เหมาะลงทุนระยะกลางยาว” บล.ธนชาต ระบุ
บล.ธนชาต วิเคราะห์ว่า เหตุไฟไหม้หน่วยกลั่นน้ำมันของบางจากฯ ก่อนหน้านี้ ทำให้ BCP ไม่ได้รับผลดีจากการปรับสูงขึ้นของค่าการกลั่นในปัจจุบันมากเท่าที่ควร ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นน้อยกว่ากลุ่มในระยะกลาง
อย่างไรก็ตาม บริษัท บางจากฯ ใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการเพิ่มกำลังการผลิต โดยกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นในปี 2558 รวมถึงหน่วยกลั่นที่ถูกไฟไหม้ในปัจจุบันจะกลับมาผลิตได้ภายในเดือน ต.ค.ปีนี้ และคาดการณ์กำไรเติบโตแข็งแกร่งถึง 79% ในปี 2556
นักวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ แนะนำ “ซื้อ” PTT ให้ราคาเป้าหมายหุ้นละ 383 บาท โดยยังคงประมาณการปี 2555 ไว้คงเดิมที่ 104,865 ล้านบาท อย่างไรก็ดีจะปรับประมาณการใหม่อีกครั้ง หากมีความชัดเจนเกี่ยวกับความคืบหน้าการซื้อกิจการถ่านหินของ Sakari Resources Limited ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีเหมืองถ่านหินสำคัญ 2 แหล่ง ได้แก่ Sebuku และ Jembayan
ด้านตลาดหุ้นไทยวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีเปิดบวกและขึ้นไปสูงสุดถึง 1,242 จุด แต่สุดท้ายมาปิดที่จุดต่ำสุด 1,233.73 จุด ลดลง 3.46 จุด มูลค่าการซื้อขายบางตา 25,809.65 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเพียง 163 ล้านบาท
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานโดดเด่นมาก โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่น นำโดย TOP ปิดที่ 68.75 บาท บวก 2.50 บาท หรือ 2.50% มูลค่าการซื้อขายมากถึง 795 ล้านบาท
ส่วนราคาหุ้น PTT เปิดกระโดดที่ 334 บาท และไล่ขึ้นไปถึง 335 บาท ก่อนมาปิดที่ระดับ 333 บาท บวก 2 บาท มูลค่าซื้อขายแน่น 74.3 ล้านบาท ส่วน PTTEP ปิดที่ 150.50 บาท บวก 1.50 บาท
ทางด้านราคาทองคำยังคงมีความผันผวนตามความกังวลว่าวิกฤตการณ์ยุโรปจะลุกลามไปประเทศเยอรมนี แต่ก็มีแรงซื้อจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเร็วๆ นี้
ราคาทองคำแท่งในประเทศ บวก 50 บาท รับซื้อ 2.46 หมื่นบาท และขายออก 2.47 หมื่นบาท







