posttoday
กกร.ชงรัฐแก้37กม.รับมือเออีซี

กกร.ชงรัฐแก้37กม.รับมือเออีซี

27 สิงหาคม 2555

กกร.เตรียมชงรัฐบาลแก้กฎหมาย 37 ฉบับ สร้างความแข็งแกร่งให้ไทยรับมือเปิดเออีซี

กกร.เตรียมชงรัฐบาลแก้กฎหมาย 37 ฉบับ สร้างความแข็งแกร่งให้ไทยรับมือเปิดเออีซี

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ที่ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 3 ก.ย.นี้ จะมีการพิจารณากฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่มีความล้าหลัง และมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัยขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ซึ่งเบื้องต้นมี 37 ฉบับ

ทั้งนี้ กฎหมายที่มีความสำคัญต้องปรับปรุงแก้ไขเร่งด่วนที่สุดมี 4 ฉบับ โดยเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการค้า การลงทุน คือ ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ... พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านเงินทุนและทุน ร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสองให้ชัดเจน โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสู่รัฐสภาในรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่รัฐบาลปัจจุบันไม่ได้รับรองจึงทำให้กฎหมายตกไป

สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจต้องการให้มีกฎหมายมากำหนดให้มีการนำทรัพย์สินอื่นเป็นหลักประกันการทำสัญญาทางธุรกิจได้ เช่น เงินฝากในสถาบันการเงิน สินค้าในคลังสินค้า ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนทางธุรกิจ และจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับเอสเอ็มอีได้เข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น

นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ต้องการให้กำหนดบทลงโทษให้เหมาะสม โดยแยกฐานความผิดที่ไม่มีเจตนาเลี่ยงภาษีออกจากความผิดฐานเลี่ยงภาษี ซึ่งปัจจุบันการเลี่ยงภาษีมีโทษปรับ 4 เท่า ของราคาสินค้ารวมกับภาษี หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำและปรับ รวมทั้งให้ยกเลิกการให้เงินสินบนและรางวัลนำจับ เพราะเป็นประเด็นที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และภาระการพิสูจน์ที่ปัจจุบันให้ผู้ถูกกล่าวหาพิสูจน์ความผิดตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายและกฎระเบียบอีก 32 ฉบับที่ต้องเร่งแก้ไขได้แก่ พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2552 กฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงานฯลฯ และจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนำเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2554 พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนอยากให้มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อพัฒนา ปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีตัวแทนจากภาคเอกชน ผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนนักวิชาการนักกฎหมาย โดยมีการกำหนดกรอบเวลาทำงานให้ชัดเจน เพื่อยกขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล