
เชียร์กองทอง-น้ำมัน
แอสเซทพลัสชี้ปัจจัยหนุนราคาขยับหุ้นแกว่งกรอบ1,210-1,250จุด
แอสเซทพลัสชี้ปัจจัยหนุนราคาขยับหุ้นแกว่งกรอบ1,210-1,250จุด
บลจ.แอสเซท พลัส มอง 2 สัปดาห์หน้า “ทอง-น้ำมัน” สดใส ลุ้นคลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนทองขยับ ปัญหาตะวันออกกลางไม่จบ
ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส ประเมินว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้าการลงทุนในทองคำและน้ำมันยังมีแนวโน้มที่ดี หลังจากราคาทองคำสามารถยืนเหนือระดับ 1,628 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ ขณะที่ราคาน้ำมันมีโอกาสทดสอบ 100-102 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
กองทุนเปิดแอสเซท พลัส โกลด์ (ASPGOLD) มีโอกาสกลับมาสดใสมากขึ้น หากทองคำยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,665 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ได้จะเป็นสัญญาณบวก และส่งผลให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 1,690-1,730 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แต่ต้องจับตาดูท่าทีของธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และจีน (PBOC) ว่าจะมีมาตรการอะไรหรือไม่
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นจาก 1,620.15 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในวันที่ 10 ส.ค. มาปิดที่ 1,665.65 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในวันที่ 23 ส.ค. โดยตลาดคาดหวังจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากเฟดและธนาคารกลางยุโรปและจีน
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 93.15 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในวันที่ 10 ส.ค. มาปิดที่ 98.15 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในวันที่ 23 ส.ค. เพราะได้แรงหนุนทั้งจากอุปสงค์และอุปทาน โดยด้านอุปสงค์จากตัวเลขการขอรับสวัสดิการการว่างงานและยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ดีขึ้น รวมถึงการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟดจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหากจำเป็นและการประชุมล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายหลายคนของเฟดก็สนับสนุนให้มีการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนด้านอุปทาน ผลจากการเปิดเผยตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบที่ปรับลดลง รวมถึงความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน และการสู้รบในซีเรียที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลง อีกทั้งผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูสากล ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ส่งสัญญาณว่าการเจรจากับอิหร่านที่จะเริ่มต้นในวันที่ 24 ส.ค.นี้ อาจจะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก
กองทุนเปิดแอสเซท พลัส ออลล์ (ASPOIL) ยังคงมีแนวโน้มที่ดีใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากบริษัทคาดว่าราคาน้ำมันยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นจากแรงหนุนทางด้านอุปสงค์และอุปทาน
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ คาดว่ายังปรับตัวอยู่ในกรอบ 1,210-1,250 จุด โดยต้องติดตามผลการประชุมระหว่างผู้นำประเทศต่างๆ ในกลุ่มยุโรป







