
โต้งสั่งเดินหน้า‘กอช.’ได้
ให้ออมสินธกส.ร่วมบริหารหั่นงบกองทุนเหลือ250ล้าน
ให้ออมสินธกส.ร่วมบริหารหั่นงบกองทุนเหลือ250ล้าน
“กิตติรัตน์” ขอให้ ธ.ก.ส.และออมสิน ร่วมบริหารจัดการกองทุนการออมแห่งชาติ ขยายสวัสดิการไปยังผู้มีอาชีพอิสระ เชื่อใช้ระบบธนาคารสร้างความมั่นใจเจ้าของเงิน
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ฝากงานไว้ในที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารครั้งล่าสุด ขอให้ ธ.ก.ส.และธนาคารออมสิน มีส่วนร่วมในการดำเนินการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อสร้างหลักประกันให้แก่ผู้ที่มีอาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันตน
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะฐานลูกค้าของธนาคารส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและผู้ที่อยู่ในชนบท ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ กอช.และยังตรงกับความต้องการของธนาคารที่อยากให้ลูกค้ามีวินัยการออมที่เป็นระบบ เพื่อความมั่นคงในชีวิต สำหรับสิ่งที่ต้องการให้ ธ.ก.ส.ดำเนินการคือ ประชาสัมพันธ์ลงไปในพื้นที่เพื่อชักชวนให้ประชาชนได้เข้ามาเป็นสมาชิก วางแผนการทำงานที่ทำให้ชาวบ้านสามารถออมเงินได้อย่างสม่ำเสมอ จัดระบบปฏิบัติการดูแลเงินออมและเงินสมทบของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ
“รองนายกฯ เห็นว่า หากให้ธนาคารของรัฐเป็นผู้ดูแลเงินกองทุน กอช. จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ออมได้ว่าเงินของเขาจะไม่หายไปไหน และยิ่ง ธ.ก.ส.เคยมีประสบการณ์ทำกองทุนทวีสุข ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ กอช. จึงมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากแน่นอน” นายลักษณ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี แนวทางบริหารจัดการเงินนั้น จะอยู่ในรูปเงินฝากเป็นสำคัญ แต่รองนายกรัฐมนตรีเปิดกว้างให้สามารถลงทุนในตราสารหรือพันธบัตรที่ไม่มีความเสี่ยงได้ไม่เกิน 20% โดยรูปแบบการบริหารจัดการได้นำส่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณาต่อไป
นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เพื่อให้ กอช.เกิดขึ้นได้ ธนาคารยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ด้วยฐานลูกค้าของธนาคารที่มีจำนวนเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 11-12 ล้านคน จากกลุ่มเป้าหมายสมาชิกที่ตั้งไว้ 35 ล้านคน โดยขณะนี้เวลามีการประชุมร่วมกับผู้นำหมู่บ้าน ก็จะพ่วงการให้ความรู้เกี่ยวกับ กอช.ด้วย เนื่องจากเป็นรูปแบบการออมอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์แก่ประชาชน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประเด็นที่ทำให้กองทุนเดินได้ล่าช้าคือการขาดงบประมาณสนับสนุน โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลชุดก่อนได้จัดสรรงบประมาณปี 2555 ไว้ให้ 1,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลปัจจุบันได้ปรับลดลงเหลือ 250 ล้านบาทเท่านั้น และยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายรู้เรื่องเลย
นอกจากนี้ จนถึงขณะนี้ กอช.ยังไม่เคยทำความเข้าใจ หรือชี้แจงข้อมูลสิทธิประโยชน์ให้เคยทำความเข้าใจ หรือชี้แจงข้อมูลสิทธิประโยชน์ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบ เพื่อจูงใจให้ออมเงินไว้หลังเกษียณ ความเป็นไปได้ที่จะเห็นกลุ่มเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิกปีแรกน่าจะอยู่ที่หลักหมื่นหรือประมาณ 5 หมื่นคนเท่านั้น จากที่ตั้งเป้าไว้ 5 แสนราย ส่วนปีต่อไปอาจจะขยับเป็นหลักแสนไม่ถึงหลัก 1 ล้านรายอย่างที่คาดหวังและคงใช้เวลาหลายปีกว่าจะมีสมาชิกเข้าเต็มจำนวน







