
จับตาดู Jackson Hole Economic Symposium
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.10-31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยการประชุมที่ตลาดพูดถึงกันมากในช่วงนี้น่าจะหนีไม่พ้น Jackson Hole Economic Symposium (ซึ่งเป็นสัมมนาประจำปีทางวิชาการที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1978 โดยจัดที่เมืองแจ๊คสันโฮล รัฐไวโอมิง โดยมีผู้แทนจากธนาคารกลาง รัฐมนตรีการคลัง และนักวิชาการจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมการสัมมนา) ในวันที่ 31 ส.ค.
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.10-31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยการประชุมที่ตลาดพูดถึงกันมากในช่วงนี้น่าจะหนีไม่พ้น Jackson Hole Economic Symposium (ซึ่งเป็นสัมมนาประจำปีทางวิชาการที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1978 โดยจัดที่เมืองแจ๊คสันโฮล รัฐไวโอมิง โดยมีผู้แทนจากธนาคารกลาง รัฐมนตรีการคลัง และนักวิชาการจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมการสัมมนา) ในวันที่ 31 ส.ค.
ตลาดจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของ เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด ที่เมืองแจ๊คสันโฮลเป็นพิเศษ ถ้ายังจำกันได้ดี เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เบอร์แนนคี ได้ประกาศเกี่ยวกับมาตรการ QE 2 ในการประชุมที่เมืองแจ๊คสันโฮลนี้ ทำให้หลายคนรอดูว่า เบอร์แนนคี จะเกริ่นเกี่ยวกับมาตรการ QE 3 ในการประชุมปีนี้หรือไม่ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา รายงานการประชุมของเฟดเดือน ก.ค.บ่งชี้ว่า ทางเฟดมีแนวโน้มที่จะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบในเร็วๆ นี้ เว้นแต่ว่าตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐจะปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ดี ช่วงที่เฟดประชุมนั้น ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐยังไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นเหมือนในช่วงระยะหลังนี้
สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าติดตามของสหรัฐ ได้แก่ ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ราคาบ้าน รายได้ส่วนบุคคล รายจ่ายส่วนบุคคล อัตราเงินเฟ้อ ยอดสั่งซื้อโรงงาน กิจกรรมภาคการผลิต และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของทั้ง 12 เขตเศรษฐกิจของเฟด (หรือที่เรียกกันว่า Beige Book) สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศอื่นก็จะมีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (เยอรมนี ฝรั่งเศส ยูโรโซน) ความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เยอรมนี ยูโรโซน อังกฤษ) อัตราการว่างงาน (เยอรมนีและยูโรโซน) ยอดค้าปลีกของเยอรมนี กำไรในภาคอุตสาหกรรมและดัชนีชี้นำของจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของญี่ปุ่น
สำหรับประเทศไทย กรมศุลกากรของไทยจะประกาศตัวเลขส่งออกและนำเข้า จะเห็นได้ว่าตัวเลขส่งออกของประเทศเอเชียเริ่มได้รับแรงกดดันจากปัญหาหนี้ยูโรโซนบ้างแล้ว ขณะที่ปัญหาหนี้ในยูโรโซนยังคงยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะรายงานภาวะเศรษฐกิจประจำเดือน ก.ค.ในวันที่ 31 ส.ค.ด้วย
ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดทรงตัวเทียบเงินเหรียญสหรัฐก่อนจะปรับแข็งค่าตามทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค หลังตลาดมีความคาดหวังเชิงบวกว่าทางธนาคารกลางยุโรปจะดำเนินมาตรการเพื่อช่วยยับยั้งปัญหาหนี้ยูโรโซน และตลาดยังมีการคาดการณ์ถึงมาตรการ QE 3 กันมากขึ้น หลังรายงานการประชุมของเฟด ทั้งนี้ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรทองและแรงขายเงินเหรียญสหรัฐออกมาในตลาด และเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทปรับแข็งค่าสู่ระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือน โดยทะลุแนวต้านสำคัญมาอยู่ที่ระดับแข็งค่าสุดของสัปดาห์ที่ 31.15 เหรียญสหรัฐต่อบาท ณ วันศุกร์อยู่ที่ระดับ 31.21 (เวลาประมาณ 17.00 น.)
ค่าเงินยูโรในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับแข็งค่าแรงจากความหวังที่ว่าทางยุโรปจะดำเนินมาตรการเพื่อช่วยยับยั้งวิกฤตหนี้ยูโรโซน หลังมีข่าวว่าทางอีซีบีกำลังพิจารณากำหนดเกณฑ์อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับการเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอในยูโรโซน อย่างไรก็ดีทางธนาคารกลางของเยอรมนีได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แผนการดังกล่าวและทางอีซีบีก็ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว ในระหว่างสัปดาห์ ยูโรยังได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนที่ปรับลดลงในการประมูลตั๋วเงินคลังของรัฐบาลสเปนและการคาดการณ์เชิงบวกในการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีของเยอรมนีและกรีซในสัปดาห์นี้ หลังผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสให้คำมั่นที่ต้องการจะรักษายูโรโซนไว้ นอกจากนี้ยูโรยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการเข้าถือสินทรัพย์เสี่ยงที่มากขึ้น ขณะมีการคาดการณ์ถึงการผ่อนคลายนโยบายที่มากขึ้น หลังเฟดเปิดเผยรายงานการประชุม ส่งผลให้ยูโร/เหรียญสหรัฐพุ่งทะลุระดับ 1.25 สู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ยูโร/เหรียญสหรัฐ ณ วันศุกร์อยู่ที่ระดับ 1.2531 (เวลาประมาณ 17.00 น.)
ค่าเงินเยน ปรับแข็งค่าเทียบเหรียญสหรัฐ เนื่องจากการอ่อนตัวของเหรียญสหรัฐเป็นหลัก โดยรายงานการประชุมของเฟดบ่งชี้ว่าอาจมีการผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน หากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดมีการคาดหวังถึงมาตรการ QE 3 กันมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐปรับอ่อนค่าเทียบหลายสกุล เหรียญสหรัฐ/เยน ณ วันศุกร์อยู่ที่ระดับ 78.55 (เวลาประมาณ 17.00 น.)
อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 2 ปี 5 ปี และ 10 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.09% 3.23% และ 3.42% ตามลำดับ โดยปรับลดลงในปลายสัปดาห์ หลังจากที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ตามอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐที่ลดลงหลังนักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ของ QE 3
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลการประมูลพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยรุ่น 4 ปี ออกมาไม่ดีเท่าไรนัก โดยมีความต้องการในการประมูลไม่มากนัก ทำให้วงเงินที่จัดสรรไปในการประมูลเป็นเพียง 15,130 ล้านบาท จากวงเงินการประมูล 2.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่การประมูลพันธบัตรรัฐบาลรุ่น 50 ปี วงเงิน 6,000 ล้านบาท (LB616A) สามารถประมูลได้เต็มวงเงินการประมูล ด้วยความต้องการที่มากถึง 2.13 เท่า ของวงเงินการประมูล ซึ่งผู้เข้าประมูลหลักๆ สำหรับพันธบัตรรุ่นนี้ก็น่าจะเป็นบริษัทประกัน







