posttoday
เศรษฐกิจกำลัง‘รุ่ง’ของกัมพูชา

เศรษฐกิจกำลัง‘รุ่ง’ของกัมพูชา

27 สิงหาคม 2555

กัมพูชายังมีขนาดของมูลค่า GDP ที่เล็กมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรและขนาดพื้นที่ของประเทศ

กัมพูชายังมีขนาดของมูลค่า GDP ที่เล็กมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรและขนาดพื้นที่ของประเทศ

ในปีล่าๆ มานี้ GDP ของกัมพูชาตกปีละประมาณ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐกว่าๆ ขณะที่มีประชากรประมาณ 14 ล้านคน และมีพื้นที่ประเทศถึง 181,035 ตารางกิโลเมตร

เมื่อคิดเป็นรายได้ต่อคน (GDP Per Capita) ปรากฏว่าชาวกัมพูชามีรายได้เพิ่มจาก 294 เหรียญสหรัฐต่อปี เป็น 795 เหรียญสหรัฐ ในปี 2010

เมื่อลองแยกแยะออกมาคร่าวๆ ปรากฏว่า GDP ของ “เมืองปลากรอบ” มาจากภาคการเกษตร 31% มาจากภาคอุตสาหกรรม 26% และมาจากภาคบริการ 43%

จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่าภาคบริการมีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชามากที่สุด

ภาคบริการที่มีศักยภาพสูงมากของกัมพูชาก็คือ การท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างรายได้แก่ประเทศมากในแต่ละปี

ในปี 2011 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ากัมพูชาถึง 2.88 ล้านคน หรือมากเป็นประมาณ 3 เท่าของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าพม่าในปีเดียวกันนั้น

นักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 3 ล้านคน ที่เดินทางสู่กัมพูชาเมื่อปีที่แล้ว สร้างรายได้แก่ประเทศถึง 1,910 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 10% ของ GDP ประเทศ

ธุรกิจการท่องเที่ยวของกัมพูชาได้เฟื่องฟูขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันดูจะอึมครึมมัวซัวไม่ใช่น้อย

เพราะในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2012 ที่ผ่านมา ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ากัมพูชาถึง 1.76 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา)

สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่เป็นที่รู้จักกันในระดับโลกก็คือ นครวัด เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 60% ของทั้งหมดที่เข้าไปเที่ยวกัมพูชา ได้ไปท่องเที่ยวยังสถานที่อัน “มหัศจรรย์” ของโลกดังกล่าว

ในบรรดาชาวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางสู่กัมพูชานั้น ปรากฏว่ามาจากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง คือ เวียดนาม มากที่สุด โดยคนเวียดนามเข้าไปเที่ยวกัมพูชาถึง 378,130 คน ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2012 นี้ (เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว) ตามด้วยชาวเกาหลีใต้อีก 227,200 คน (เพิ่มขึ้น 32%) และชาวจีน 151,890 คน (เพิ่มขึ้น 33%)

ส่วนนักท่องเที่ยวจากไทยได้เข้ากัมพูชา 91,860 คน ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2012 นี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 91% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2011 นักท่องเที่ยวไทยอยู่ในอันดับที่ 5 ของกัมพูชา

เมื่อพิจารณาจากเส้นทางที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางสู่กัมพูชา ปรากฏว่า 49% ของจำนวนทั้งหมดเดินทางไปโดยทางบก และเดินทางทางเครื่องบิน 48% ที่เหลือมาทางเรือ

นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีภาคส่วนเศรษฐกิจอีก 23 ประการ ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกัมพูชา ที่ส่งผลให้ GDP ขยายตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายขวบปีที่ผ่านมานี้ นั่นก็คือการขยายตัวของการส่งออกผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า สิ่งทอ การก่อสร้าง และภาคการเกษตร

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การส่งออกของกัมพูชาได้ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องนุ่งห่ม ที่กัมพูชาส่งออกคิดเป็นสัดส่วนถึงเกือบ 80% ของมูลค่าการส่งออกรวมในปี 2010 ที่ผ่านมา

เท่าที่เป็นอยู่ กัมพูชาพึ่งพาการส่งออกสู่ประเทศมหาอำนาจตะวันตกมาก โดยประมาณ 50% ของมูลค่าการส่งออกรวม ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว ตามด้วยส่งออกสู่สหภาพยุโรป ประมาณ 24.5% ตามด้วยแคนาดา (7.2%) ไทย (3.9%) และเวียดนาม (2.5%)

แต่สำหรับการนำเข้านั้น ปรากฏว่า ประมาณ 90% ของมูลค่าการนำเข้ารวมของกัมพูชาได้จากประเทศในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน โดยนำเข้าจากจีนและฮ่องกงมากที่สุด คิดเป็น 35.2% ของการนำเข้ารวมในปี 2010 ตามด้วยการนำเข้าจากไทย (14.1%) เวียดนาม (10%) ไต้หวัน (9.8%) เกาหลีใต้ (5.1%)

โครงสร้างและแหล่งการส่งออกของกัมพูชาดังกล่าว ได้ส่งผลให้ผู้ถือบังเหียนประเทศไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะมีภาวะการ “กระจุกตัว” สูง ไม่ว่าจะเป็นประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ส่งออก ที่ต้องพึ่งพากลุ่มเสื้อผ้าสิ่งทอถึง 80% ของมูลค่าส่งออกรวม ขณะที่ส่งออกไปยังสหรัฐประเทศเดียวถึงประมาณครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมด

นั่นก็หมายความว่า หากมีปัญหาการตกต่ำถดถอยของตลาดสิ่งทอการ์เมนต์ในตลาดโลก หรือเศรษฐกิจสหรัฐเกิดอาการถอยร่น ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของกัมพูชาเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้บริหารราชการแผ่นดินของกัมพูชา จึงต้องพยายามหาทางเพิ่มความยั่งยืนให้แก่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

เพราะมิฉะนั้น GDP ก็จะมีสภาวะผันผวนแกว่งไกวมากเหมือนเช่นหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าโดยแนวโน้มแล้ว GDP ของกัมพูชายังขยายตัวได้ดีก็ตาม

ในปี 2007 GDP ของกัมพูชาขยายตัวเป็นตัวเลข “สองหลัก” คือ สูงถึง 10.2% แล้วขยายต่ออีก 6.7% ในปี 2008 แต่พอถึงปี 2009 อันเป็นปีที่วิกฤตการณ์ซับไพรม์ (Subprime Crisis) กำลังแสดงฤทธิ์เดชเต็มที่นั้น GDP ของกัมพูชาก็เกิดอาการ “วูบ” โดยขยายตัวเพียง 0.1% เท่านั้น หลังจากขยายตัวต่อที่ 6% และ 6.4% ในปี 2010 และ 2011 ตามลำดับ

เท่าที่เป็นอยู่ GDP ของกัมพูชายังมีขนาดที่เล็กมาก แต่ก็พร้อมที่จะขยายตัวเติบใหญ่ต่อไปได้มาก ถ้าทางกัมพูชายังคงดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ “เป็นมิตร” กับตลาดเช่นในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท