
เลี้ยงไก่กระทง ซีพีความยั่งยืนของเกษตรกร
อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่ใครต่อใครพากันเบือนหน้าหนี หากต้องการสร้างรายได้ในแบบที่เรียกว่าลืมตาอ้าปากได้
อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่ใครต่อใครพากันเบือนหน้าหนี หากต้องการสร้างรายได้ในแบบที่เรียกว่าลืมตาอ้าปากได้
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก ที่ภาครัฐไม่ได้ให้ความสนใจกับอาชีพเกษตรกรไทย ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีความสามารถเพียงพอที่จะสร้าง “อาหาร” เลี้ยงคนทั้งโลกได้
แต่ที่ผ่านมาอาชีพเกษตรกลับเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรน้อยเหลือเกิน เพราะสินค้าทางการเกษตรส่วนใหญ่มีต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นทุกปี ในขณะที่ราคาสินค้าเกษตรกลับลดลงสวนทางกับต้นทุนอย่างไม่น่าเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีเกษตรกรที่มีรายได้แน่นอน จากการเลี้ยงไก่กระทงให้กับบริษัท ซีพีเอฟ จนทำให้อาชีพการเลี้ยงไก่เป็นอาชีพที่มั่นคงไปแล้วครับ
ซึ่งผมจะพาไปที่ฟาร์มเลี้ยงไก่กระทงแบบปิดที่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ครับ เพราะที่นี่ซีพีเอฟมีโครงการจ้างเกษตรกรเลี้ยงไก่ให้กับซีพีเอฟในลักษณะโครงการคอนแทรกต์ ฟาร์มมิง ที่น่าสนใจไม่น้อยจริงๆ กับโครงการนี้ เพราะโครงการนี้ซีพีเอฟจ้างเลี้ยงแบบมืออาชีพจริง
โครงการคอนแทรกต์ ฟาร์มมิง ของซีพีเอฟนั้น คุณณรงค์ เจียมใจบรรจง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายธุรกิจครบวงจรภูมิภาค บริษัท ซีพีเอฟ ที่สละเวลาลงไปให้สัมภาษณ์ถึง จ.พัทลุง บอกว่าเป็นคอนแทรกต์ ฟาร์มมิง นั้น ซีพีเอฟได้เริ่มเอารูปแบบนี้มาใช้ตั้งแต่ปี 2518 แล้ว เพื่อต้องการสร้างให้เกษตรกรมีรายได้มีอาชีพที่มั่นคง โดยอาศัยเทคโนโลยีและความรู้จากทางซีพีเอฟ
ซึ่งโครงการนี้ซีพีเอฟและเกษตรกรจะเป็นเหมือนเพื่อนที่จับมือกันทำธุรกิจร่วมกัน โดยเกษตรกรจะเป็นผู้ลงทุนในส่วนของที่ดิน และสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ตามมาตรฐานของซีพีเอฟ ขณะที่ซีพีเอฟเองจะรับผิดชอบตั้งแต่การนำพันธุ์ไก่กระทง (ไก่เนื้อ) มาให้เกษตรกรเลี้ยง อาหารไก่ สัตวบาลในการดูแลสุขภาพของไก่ สุดท้ายคือการจับไก่ให้ทั้งหมด
“เกษตรกรมีหน้าที่ช่วยเราเลี้ยง ส่วนซีพีเอฟก็จะดูแลทุกอย่างให้ ตั้งแต่พันธุ์ไก่จนถึงเก็บขาย โดยเราประกันรายได้ค่าจ้างเลี้ยงเฉลี่ยที่ตัวละ 7 บาท หากเลี้ยงได้ตามมาตรฐานที่เรากำหนด”
ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมกับโครงการของซีพีเอฟ หากทำทุกอย่างตามหลักเกณฑ์ ยืนยันได้ว่าอาชีพนี้มั่นคงแน่นอน
สำหรับขั้นตอนการเข้าร่วมนั้น อย่างแรก เกษตรกรต้องมีที่ดินและเงินทุนของตัวเองก่อน 30% ของเงินลงทุนทั้งหมด (1 โรงเรือนลงทุน 4 ล้านบาท) ส่วนที่เหลืออีก 70% กู้ธนาคาร ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะธนาคารเมื่อรู้ว่ากู้เงินมาเพื่อใช้สร้างโรงเรือนและทำคอนแทรกต์ ฟาร์มมิงกับซีพีเอฟ ส่วนใหญ่จะเชื่อมั่นและให้เงินกู้
ปัจจุบันซีพีเอฟส่งเสริมให้เลือกหมู ไก่กระทง ไก่ไข่ มีประมาณ 5,000 กว่าราย ส่วนไก่กระทง 1,000 กว่าราย ซึ่งเกษตรกรตอบรับมาดีมาก
แต่ใช่ว่าใครที่มีเงิน มีที่ดิน แล้วจะเข้าร่วมโครงการนี้ได้นะครับ เพราะที่ดินที่มีอยู่นั้น ต้องสัมพันธ์กับแผนการขยายของซีพีเอฟด้วย โดยสิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ ตลาดในพื้นที่นั้นต้องผ่านการจัดโซนนิงว่าหากมีฟาร์มเลี้ยงในบริเวณนี้แล้ว มีตลาดรองรับหรือไม่ หากไม่มีตลาดรองรับ หรือโรงงานแปรรูปที่มีอยู่มีกำลังการผลิตเต็มอยู่แล้ว ก็จะไม่มีการขยายโรงเลี้ยงอีกต่อไป นอกจากนี้พื้นที่เลี้ยงไก่ของเกษตรกรต้องอยู่ไม่ไกลกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบได้ง่าย ใกล้โรงงานใกล้ตลาด
หากพื้นที่เหมาะสมต้องมาพิจารณาต่อว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมทางกายภาพหรือไม่ ถนนหนทาง ไฟฟ้า น้ำสะอาดต้องเข้าถึง น้ำท่วมหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการเลี้ยง
สุดท้ายคือตัวเกษตรกรต้องมีใจรักสัตว์ เข้าใจหลักการทำงานร่วมกับซีพีเอฟ และมีหลักทรัพย์เพียงพอสำหรับการปล่อยกู้เงินหรือไม่
นั่นคือสิ่งที่ผู้บริหารซีพีเอฟยืนยันถึงความน่าสนใจในโครงการคอนแทรกต์ ฟาร์มมิง แต่การยืนยันเหล่านี้จะไม่มีความน่าเชื่อถือเลย หากปราศจากเกษตรกรที่เข้ามาร่วมในโครงการคอนแทรกต์ ฟาร์มมิง อย่างพี่ฤทธิศักดิ์ หวานแก้ว เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่กระทงแบบปิด ที่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง
พี่ฤทธิศักดิ์ บอกว่า ได้เข้ามาร่วมโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2551 แล้ว และสามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้อย่างมั่นคง สำหรับสาเหตุที่เข้ามาร่วมโครงการนี้ ก็คือความต้องการที่จะมีอาชีพที่มั่นคง แม้ว่าอาชีพเดิมจะทำอาชีพสวนยางอยู่แล้ว แต่จำนวนสวนยางที่มีอยู่นั้นไม่ได้มากมายนัก ทำให้มองหาอาชีพเสริมที่สร้างความมั่นคงที่นอกเหนือจากยางได้
สำหรับโรงเรือนเลี้ยงไก่ของพี่ฤทธิศักดิ์ มีอยู่ 2 โรงเรือน เลี้ยงไก่ทั้งหมด 4 หมื่นตัว ใช้เงินลงทุนครั้งแรก 8 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้เลี้ยงมา 4 ปีแล้ว คืนทุนมาครึ่งหนึ่ง โดยต้องใช้เวลาทั้งหมด 7 ปีถึงจะคืนทุน ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่รับได้
“เลี้ยงรุ่นละ 36 วัน เก็บขายหมด 3 วันทางซีพีเอฟมาจับไป เลี้ยงแต่ละรุ่นจบต้องพักโรงเรือน เคลียร์มูลไก่อีก 1 วัน ขายใส่กระสอบละ 20 บาท 1 โรงเรือนได้มูลไก่ 1,700 กระสอบ เป็นรายได้เสริม”
ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงไก่กระทงกับซีพีเอฟถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขได้ ไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่น ยังสามารถใช้ชีวิตในที่ทำกินได้ ครอบครัวก็ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และยังมั่นใจได้ว่าเมื่อเลี้ยงเสร็จในแต่ละรุ่นจะมีรายได้ที่แน่นอน ถ้าหากการเลี้ยงเป็นไปตามมาตรฐาน
และนี่คือการเลี้ยงไก่กระทงในโครงการคอนแทรกต์ ฟาร์มมิง ซึ่งใครว่าลงทุนเยอะผมไม่เถียง แต่ผมมองว่าระยะยาวเกษตรกรคุ้มค่าแน่ๆ







